ความเสี่ยงต่อสุขภาพจากกัญชาและแอลกอฮอล์ – อะไรปลอดภัยกว่ากัน?
- 1. จำนวนผู้เสียชีวิตจากการใช้กัญชาและแอลกอฮอล์เกินขนาด
- 2. ความเสี่ยงของโรคมะเร็งและบทบาทของ cbd
- 3. ผลกระทบทางสังคมของกัญชาและแอลกอฮอล์: เหล้า & อาชญากรรม
- 4. กัญชา vs. แอลกอฮอล์: ความทรงจำเสื่อม กับ ภาวะขาดสติ
- 5. ผลกระทบ: อาการเมาค้าง
อาจไม่ยุติธรรมนักหากจะเปรียบเทียบระหว่างแอลกอฮอล์กับกัญชา แต่ผู้คนก็ยังคงนำทั้งสองอย่างนี้มาเปรียบเทียบกันอยู่เสมอ เมื่อพูดถึงผลกระทบของกัญชากับแอลกอฮอล์ – อะไรส่งผลดีต่อสุขภาพมากกว่ากัน?
การเปรียบเทียบนี้มักจะเกิดขึ้นบ่อยโดยเฉพาะเมื่อวัฒนธรรมการดื่มกลายเป็นเรื่องปกติในสังคม หากคุณเคยสงสัยเหมือนกัน บทความนี้จะช่วยยุติข้อถกเถียงนี้ได้
ในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจํานวนมากจากการบริโภคแอลกอฮอล์ สติคมายังคงติดอยู่กับกัญชา ทั้งที่ไม่เคยมีใครเสียชีวิตจากการใช้กัญชาเลย การเปรียบเทียบกันจึงเป็นเรื่องยาก เพราะเรามีข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงของแอลกอฮอล์มายาวนานหลายทศวรรษ ในขณะที่กัญชายังถือเป็นของใหม่
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีตำนานต่าง ๆ จากสงครามยาเสพติด ก็ยังเห็นความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างทั้งสองจากข้อมูลที่พบว่ากัญชาปลอดภัยกว่าแอลกอฮอล์ อย่าลืมว่ามีหลายปัจจัยที่คุณสามารถใช้เปรียบเทียบทั้งสองสารนี้และผลกระทบต่อร่างกายมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเสพติด สุขภาพหัวใจ การขับขี่ที่บกพร่อง และปัจจัยอื่น ๆ รวมไปถึงผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว
ลองเปรียบเทียบความปลอดภัยของกัญชาและแอลกอฮอล์จากข้อเท็จจริงเหล่านี้กัน
1. จำนวนผู้เสียชีวิตจากการใช้กัญชาและแอลกอฮอล์เกินขนาด
จากงานวิจัยต่าง ๆ พบว่าอัตราการเสียชีวิตที่เกิดจากแอลกอฮอล์กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เรื่องที่น่าตกใจคือ แอลกอฮอล์เป็นเครื่องดื่มที่คนส่วนใหญ่ยอมรับได้โดยไม่มีข้อสงสัย เช่นเดียวกับบุหรี่ที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อโดยมีข้อจำกัดอายุแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ แอลกอฮอล์เองก็เช่นกัน หาซื้อได้แทบทุกซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วโลกโดยไม่มีผลกระทบตามมา
อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นในช่วงหลังนี้? ในความเห็นของเรา มาจากการขายอย่างแพร่หลายผสมกับความเสี่ยงต่อสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการดื่ม มีรายงานที่ระบุว่า หากบริโภคในระดับปานกลางและมีความรับผิดชอบจะไม่ก่อให้เกิดอันตราย แน่นอนว่าถ้าคุณดื่มแค่ 1-2 แก้วเป็นครั้งคราว ไม่น่าจะถึงตาย แต่ปัญหาคือผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาวที่คุณอาจรู้สึกได้
จากรายงานของ NIH1 มีการบันทึกผู้เสียชีวิตจากแอลกอฮอล์กว่า 88,000 ราย ต่อปีในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น และตัวเลขนี้ยังไม่นับรวมผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุหรือการขับรถอย่างประมาท ข้อมูลนี้เป็นจำนวนผู้เสียชีวิตที่เกิดจากโรคที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์โดยตรง เมื่อเทียบกับกัญชา ตัวเลขถือว่าสูงมาก
ในปี 2024 ยังไม่มีผู้เสียชีวิตจากการใช้กัญชาเกินขนาด มีเคสหนึ่งที่ถูกบันทึกไว้ว่าต้องสงสัยว่าเสียชีวิตเพราะ THC สูงเกินไปในปี 2019 แต่สุดท้ายการสืบสวนพบว่าผู้เสียชีวิตไม่ได้มีระดับ THC ในเลือดสูงผิดปกติ

มีบางกรณีที่มีผู้ป่วยหลายร้อยคนต้องเข้าโรงพยาบาลเนื่องจาก ปัญหาจากการสูบไอ แต่สาเหตุที่แท้จริงคือสารวิตามินอีอะซิเตตที่ถูกนำมาใช้โดยผู้ค้าในตลาดผิดกฎหมายเพื่อเพิ่มความหนืดในน้ำมันบุหรี่ไฟฟ้า และบางกรณีอาจพบได้ในน้ำมันกัญชาเช่นกัน หากคุณระวังและเลือกซื้อกัญชาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ คุณไม่ต้องกังวลกับการใช้เกินขนาดเลย โดยประมาณแล้วคุณต้องสูบกัญชาอย่างน้อย 2,000 มวน ถึงจะมีโอกาสใช้ THC เกินขนาด!
2. ความเสี่ยงของโรคมะเร็งและบทบาทของ CBD
ข้อมูลแสดงว่าแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุหนึ่งของโรคมะเร็งบางชนิด ตามข้อมูลจาก CDC3 การดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งช่องคอ ช่องปาก หลอดอาหาร ทวารหนัก ลำไส้ใหญ่ ตับ และเต้านม รายงานจากผู้เชี่ยวชาญชั้นนำด้านโรคมะเร็งยังระบุว่า แม้เพียงดื่มเบียร์หรือไวน์ 1 แก้วต่อวันก็สามารถเพิ่มโอกาสของผู้หญิงในการเป็นมะเร็งเต้านม (ทั้งในช่วงก่อนและหลังหมดประจําเดือน) ได้
แน่นอนว่ายิ่งดื่มแอลกอฮอล์มากก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการตรวจพบโรคมะเร็งในช่วงชีวิต แม้จะเน้นผลกระทบกับผู้หญิงและมะเร็งเต้านม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ชายจะรอดพ้นไปได้ แอลกอฮอล์ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพระยะยาวในเพศชายเช่นกัน
ในขณะที่กัญชายังไม่พบสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง มีงานวิจัยที่พบว่า กัญชาสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งผิวหนังหรือมะเร็งปอด ก็มีรายงานว่ากัญชาช่วยลดขนาดก้อนเนื้องอกได้ งานวิจัยอีกมากมายเกี่ยวกับ cannabinoids รวมถึง THC และ CBD ชี้ให้เห็นว่าสามารถช่วยลดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์จากเคมีบำบัดได้
อย่างไรก็ตาม การสูบกัญชา – การเผาไหม้วัสดุจากพืช – อาจเพิ่มความเสี่ยง ปัญหาหลอดลมอักเสบหรือโรคทางปอด ในระยะยาวได้ โดยมีลักษณะคล้ายกับการสูบบุหรี่เนื่องจากเป็นการสูดควันร้อนเข้าไป แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบการเผาไหม้กัญชาว่าเป็นสาเหตุของมะเร็ง หากอยากปลอดภัยยิ่งขึ้น แนะนำให้เปลี่ยนไปใช้ edibles หรือสูบไอ เพราะการศึกษาระบุว่านี่คือวิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการบริโภคกัญชา

3. ผลกระทบทางสังคมของกัญชาและแอลกอฮอล์: เหล้า & อาชญากรรม
กัญชาทำให้เกิดความรุนแรงน้อยกว่าแอลกอฮอล์มาก เรามักได้ยินกรณีทำร้ายร่างกายในครอบครัว การดื่มขับและวิวาทในบาร์ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับแอลกอฮอล์ แม้หลายกรณีจะไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์โดยตรง แต่ข้อมูลก็ชี้ว่าแอลกอฮอล์มีส่วนกระตุ้นให้คนมีพฤติกรรมก้าวร้าว
คู่รักที่มีพฤติกรรมรุนแรงจะยังคงทำร้ายคู่ของตนได้มากขนาดนั้นหากไม่มีแอลกอฮอล์หรือไม่? เราไม่สามารถยืนยันได้เนื่องจากขาดข้อมูลตัวเลขที่แน่ชัด แต่อย่างน้อยแอลกอฮอล์ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดอารมณ์แปรปรวนอย่างรุนแรง
แอลกอฮอล์มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมรุนแรงอย่างน้อย 40%, การข่มขืน 37%, การปล้น 15%, การทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง 28% และการทำร้ายแบบธรรมดา 25.5% ตามรายงานของ National Council on Alcoholism and Drug Dependence (NCADD) ไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม แอลกอฮอล์สามารถกระตุ้นให้อารมณ์ปะทุได้ง่าย และเหยื่อส่วนใหญ่ก็มักเป็นคู่รักของตน เมื่อเปรียบเทียบกับกัญชา ยังไม่พบรายงานว่ากัญชามีส่วนกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงใด ๆ เลย ที่จริงมันกลับทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายจนอยากนอนพักมากกว่าทำอะไรหักโหม
4. กัญชา vs. แอลกอฮอล์: ความทรงจำเสื่อม กับ ภาวะขาดสติ
ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยของกัญชาคือความขี้ลืม มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้และพบว่ากัญชามีบทบาทช่วยให้ผู้ป่วย PTSD ลืมความทรงจำที่เลวร้าย
แต่ไม่ว่าจะลืมเรื่องดีหรือเรื่องร้าย ยังไงก็ต้องยอมรับว่ากัญชาทำให้เราขี้ลืม ผลข้างเคียงนี้สำหรับผู้ใช้เป็นครั้งคราวจะคงอยู่เพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่สำหรับผู้ใช้ระยะยาวอาจกินเวลาหลายสัปดาห์ เมื่อ THC ถูกขับออกจากร่างกาย ความทรงจำก็อาจกลับคืนมา ใช่ กัญชาทำให้ขี้ลืม แต่ ข้อมูลบ่งชี้ ว่าไม่ก่อให้เกิดภาวะสมองเสื่อมระยะยาว
ถ้าเปรียบเทียบกับแอลกอฮอล์ ก็มีรายงานออกมาหลายฉบับว่าให้ผลคล้ายกัน แต่อาการของแอลกอฮอล์รุนแรงกว่าเพราะนอกจากจะทำให้ขี้ลืมแล้ว การดื่มสุรามากเกินไปอาจทำให้ถึงขั้น 'ขาดสติ' หรือลืมเหตุการณ์ทั้งคืนไปเลย แม้จะดูเหมือนในหนังว่าตลก แต่ในชีวิตจริงสิ่งนี้น่ากลัวมาก บางคนคิดว่าอาการจะดีขึ้นในตอนเช้า แต่แท้จริงแล้วภาวะขาดสติอาจมีผลข้างเคียงต่อร่างกายอย่างรุนแรง ข้อมูลยังพบด้วยว่า การดื่มแอลกอฮอล์หนักอาจเป็นสาเหตุของภาวะสมองเสื่อมระยะยาว
5. ผลกระทบ: อาการเมาค้าง
อาการเมาค้างจากแอลกอฮอล์เป็นสิ่งที่แย่ และจะแย่ขึ้นไปอีกถ้าคุณดื่มผสมกันหลายชนิด เช่นหากดื่มเบียร์แล้วเปลี่ยนไปดื่มวอดก้าต่อในคืนเดียวเช้าวันถัดไปคงไม่มีวันลืม อาการเมาค้างจากแอลกอฮอล์มักมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะอย่างรุนแรง
อาการเหล่านี้จะใช้เวลานานกว่าจะดีขึ้น มีหนังหรือซีรีส์มากมายแสดงให้เห็นว่าอาการเมาค้างจากแอลกอฮอล์เป็นอย่างไร หากคุณไม่เคยประสบเอง ลองเปิดดูได้นะ

ในกรณีของกัญชา ไม่มีอาการเมาค้างเลย แถมหากคุณเผลอสูบกัญชาจำนวนมากหรือทดลองคอนเซนเตรต แม้จะหมดสติไปบ้างก็ยังแทบไม่มีอาการเมาค้าง ด้วยซ้ำ การบริโภคกัญชา ทำให้คุณตื่นมาตอนเช้ารู้สึกกระปรี้กระเปร่า เพราะกัญชาสามารถช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและทำให้นอนหลับสบายขึ้น
ส่วนใหญ่ตื่นเช้ามาจะรู้สึกสดชื่นพร้อมรับวันใหม่หลังจากใช้กัญชาเมื่อคืน แต่โปรดจำไว้ว่าสิ่งเหล่านี้อาจแตกต่างกันในแต่ละคน เนื่องจากกัญชามีผลต่อแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางครั้ง edibles อาจก่อให้เกิดอาการเมาค้าง แต่ก็เบามาก ค่อย ๆ ทดลองเพื่อดูขีดความทนทานของตนเอง แล้วคุณจะพบวิธีที่เหมาะกับตัวเอง
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
1. National Institute on Alcohol Abuse and Alcoholism: Alcohol Facts and Statistics
2. Did a LaPlace woman overdose on marijuana?
3. Centers for Disease Control and Prevention: Alcohol and Cancer
4. Report on Carcinogens, Fourteenth Edition: Alcoholic Beverage Consumption
ข้อจำกัดความรับผิดทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการให้ข้อมูลเท่านั้น ข้อมูลที่ปรากฏในนี้ได้มาจากแหล่งข้อมูลภายนอกที่ผ่านการวิจัยแล้ว
Comments