FastBuds Music Listen Now
สายพันธุ์ใหม่ๆ
สายพันธุ์ใหม่ๆ
ทรงพลังอย่างยิ่งและอร่อยอย่างน่าทึ่ง: ตรวจสอบสินค้าใหม่ของเรา!
ผลตอบแทนสูง
ผลตอบแทนสูง
ผู้ผลิตเงินที่เหลือเชื่อของเรา ด้วยสายพันธุ์อัตโนมัติที่มีประสิทธิผลมากที่สุดในเกม!
THC สูง
THC สูง
สายพันธุ์อัตโนมัติที่มีศักยภาพและระดับ THC ที่บ้าคลั่งที่สุดของเราพร้อมกับเอฟเฟกต์ที่จะพาคุณน็อค.
สายพันธ์ุขายดี
สายพันธ์ุขายดี
สินค้าขายดีที่เหลือเชื่อ สายพันธ์ุออกดอกอัตโนมัติที่มีประสิทธิผลมากที่สุดในเกม!
ง่ายสำหรับมือใหม่
ง่ายสำหรับมือใหม่
เราได้ทำการคัดเลือกสายพันธุ์ที่เติบโตง่ายและให้อภัยซึ่งผู้ปลูกมือใหม่ที่สามารถปลูกได้แน่นอน.
คอลเลกชันออริจินอลส์
คอลเลกชันออริจินอลส์
พันธุศาสตร์ old-school ที่ทุกคนรัก.

วิธีควบคุมการเจริญเติบโตของกัญชาด้วย Crop Steering

16 July 2021
เรียนรู้วิธีทำให้ต้นกัญชาเจริญเติบโตสมบูรณ์แบบด้วยการควบคุมสภาพแวดล้อม
16 July 2021
2 min read
วิธีควบคุมการเจริญเติบโตของกัญชาด้วย Crop Steering

เนื้อหา:
อ่านเพิ่มเติม
  • 1. Crop steering คืออะไร?
  • 1. a. สมดุลการเจริญเติบโตของต้นกัญชา
  • 2. ระยะการเจริญเติบโต (vegetative stage)
  • 2. a. Crop steering ในระยะ vegetative
  • 3. ระยะออกดอก (flowering stage)
  • 3. a. Crop steering ในระยะ flowering
  • 4. จะรู้ได้อย่างไรว่า crop steering ได้ผล?
  • 5. วิธีอื่น ๆ ในการปรับทิศทางการเจริญเติบโตของต้นกัญชา
  • 6. สรุป

เทคนิค Crop steering ถูกนำมาใช้มานานหลายปีแล้วกับ เมล็ดพันธุ์ feminized แต่ด้วยการที่กัญชามีการรับรองในหลายประเทศเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้กัญชากลายเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ทำกำไรได้มากที่สุดในโลก นี่จึงเป็นสาเหตุที่หลายบริษัทต่างแสวงหาวิธีปลูกให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งเพิ่มผลผลิตและปรับปรุงคุณภาพสินค้าไปพร้อมกัน และนี่คือที่มาของเทคนิคนี้ Crop steering คือการปรับสภาพแวดล้อมในการปลูกเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการในช่วงการเจริญเติบโตและช่วงออกดอกของต้นกัญชา

1. Crop Steering คืออะไร?

Crop steering หมายถึงความสามารถในการปรับอุณหภูมิ ความชื้น และการให้น้ำเพื่อ บังคับให้ต้นกัญชาเติบโตไปในทิศทางที่ต้องการ สิ่งนี้เป็นไปได้เพราะพืชมีฮอร์โมนบางชนิดที่ควบคุมการเจริญเติบโตโดยตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมและความเครียดต่าง ๆ โดยปฏิกิริยาเหล่านี้จะสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงฤดูกาลที่พืชเผชิญตามธรรมชาติ Crop steering จึงเป็นการใช้ประโยชน์จากปฏิกิริยาของฮอร์โมนนี้ โดยการปรับสภาพแวดล้อมเพื่อได้ผลตามที่ต้องการในระยะ vegetative และ flowering

นั่นหมายความว่า crop steering สามารถประยุกต์ใช้ได้ในทุกช่วงการเจริญเติบโตของต้นเพื่อบรรลุเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา crop steering ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในแหล่งปลูกกัญชา เนื่องจากผู้ปลูกยังคงค้นหาวิธีที่ดีที่สุดในการ ปรับสมดุลระหว่างการเจริญเติบโตและการสร้างดอกของต้นกัญชา ด้วยวิธีนี้ผู้ปลูกสามารถใช้ generative steering เพื่อเริ่มต้นระยะ flowering ด้วยการเปลี่ยนแสงเป็น 12/12

เมื่อดอกเริ่มก่อตัวแล้ว ผู้ปลูกกัญชาจะกลับมาใช้ vegetative steering หลังจากการตัดแต่งใบ (defoliation) ครั้งแรก เพื่อดูแลสุขภาพต้นและช่วยให้ดอกมีขนาดใหญ่ขึ้น โดยส่วนใหญ่ ผู้ปลูกจะสลับใช้เทคนิค generative และ vegetative steering ไปมาสำหรับการรักษาสมดุลของพืช มักจะใช้เทคนิค vegetative steering ไปจนถึง 1-2 สัปดาห์ก่อนเก็บเกี่ยว แล้วจึงปรับมาใช้เทคนิคหนัก ๆ เพื่อเร่งความแก่ของดอก แนะนำให้ทดลองใช้วิธี crop steering ทุกรูปแบบเพื่อดูว่าพันธุ์หรือ strain ไหนตอบสนองอย่างไร

สมดุลการเจริญเติบโตของต้นกัญชา

ในช่วงเติบโต พืชจะใช้พลังงานส่วนใหญ่ ไปกับการสร้างใบและกิ่งก้าน แต่ใช้พลังงานเพียงเล็กน้อยเพื่อสร้างดอก ขณะที่ในช่วงออกดอก ต้นจะโฟกัสไปที่การสร้างดอกและใช้น้อยลงกับใบและกิ่งก้าน

 

Regulate cannabis growth with crop steering: plant growth balance

Crop steering สามารถช่วยรักษาสมดุลการเจริญเติบโตของต้น เช่น ให้ดอกมีใบมากหรือน้อย หรือให้ต้นมีจำนวนกิ่งมากหรือน้อย ตามต้องการ เป็นต้น
 

ดังนั้น ผู้ปลูกกัญชาควรรักษาสมดุลของการเจริญเติบโต ระหว่าง ใบ กิ่ง และการสร้างดอก; สำหรับต้นที่มีโครงสร้างเป็นพุ่มมากเกินไปหรือให้ดอกเยอะจนมีใบน้อย (ซึ่งอาจทำให้การสังเคราะห์แสงช้าลง) จัดว่าไม่สมดุล ถ้าพืชไม่สมดุล อาจส่งผลต่อปริมาณและคุณภาพของดอกและผลผลิต ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือ เพิ่มประสิทธิภาพการเจริญเติบโตของใบและกิ่ง ให้ต้นผลิตใบและกิ่งเท่าที่จำเป็นสำหรับรองรับดอกขนาดใหญ่แน่น โดยไม่สิ้นเปลืองทรัพยากรมากเกินไปในการสร้างส่วนอื่น ๆ

2. ระยะการเจริญเติบโต (Vegetative Stage)

ระยะ vegetative คือช่วงที่ต้นกัญชาสร้างลำต้น กิ่งก้าน และใบ ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการใช้พลังงานของต้น เมื่อพืชโตขึ้น มวลสีเขียวที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสงดีขึ้น และช่วยเตรียมต้นเข้าสู่ช่วง flowering

 

Regulate cannabis growth with crop steering: vegetative growth

Crop steering สามารถช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของมวลเขียวหรือใบสีเขียวซึ่งส่งผลให้ต้นมีประสิทธิภาพสังเคราะห์แสงดีขึ้น
 

แม้ว่าโดยปกติระยะ vegetative จะเป็นตอนที่ต้นกัญชาสร้างใบและกิ่ง แต่คุณสามารถเร่งการเจริญเติบโตของมวลเขียว (เช่น ใบ ลำต้น และกิ่ง) ในช่วง flowering ได้เช่นกัน 

 

ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีต้นอยู่ในช่วง flowering แต่เจริญเติบโตช้า หรืออัดแน่นเกินไป คุณสามารถช่วยให้มันยืดยาวขึ้นและเพิ่มช่องว่างระหว่างข้อตาได้ด้วยเทคนิค crop steering

Crop Steering ในระยะ Vegetative

หากต้องการกระตุ้นให้เกิดการเจริญเติบโตของมวลเขียว (ไม่ใช่ย้อนกลับจากช่วง flowering แต่เป็นการเพิ่มกิ่งและใบ) ต้อง จำลองสภาพแวดล้อมแบบฤดูใบไม้ผลิ เพื่อให้ต้นเจริญเติบโตของใบและกิ่งอย่างแข็งแรง โดยสภาพอากาศที่เหมาะสมประกอบด้วย:

  • VPD ต่ำ
  • ความเข้มแสงต่ำ
  • และสภาพแวดล้อมที่ปราศจากความเครียด

เพื่อให้ง่ายต่อการมองเห็น นี่คือตารางแสดงสภาพอากาศสำหรับ crop steering ในช่วง vegetative:

การควบคุมสภาพอากาศเพื่อการเจริญเติบโตระยะ vegetative 

อุณหภูมิ  25 - 31°C
ความชื้น 65 - 80%
Vapor Pressure Deficit (VPD) 0.8 - 1.1 kPa
CO2 500 - 800 ppm
ความต่างของอุณหภูมิกลางวัน/กลางคืน 0 - 12°C

Vapor Pressure Deficit (VPD)

VPD คือ ค่าความแตกต่างระหว่างปริมาณความชื้นจริงในอากาศ กับปริมาณสูงสุดที่อากาศจะรองรับได้ ค่านี้สำคัญมาก เนื่องจากเมื่อVPD สูงขึ้น ต้นกัญชาจะต้องดูดน้ำผ่าน ราก มากขึ้น

นอกจากสภาพอากาศแล้ว ยังมีเงื่อนไขของการให้น้ำที่ต้องคำนึงถึง ได้แก่:

  • ปริมาณน้ำสูง
  • และ EC ต่ำ

การควบคุมการให้น้ำสำหรับการเจริญเติบโตระยะ vegetative

ปริมาณน้ำต่อครั้ง 1 - 3% ของปริมาตรวัสดุปลูก
การปล่อยให้วัสดุปลูกแห้ง 10 - 15%
อุณหภูมิของวัสดุปลูก 22 - 25°C
Electrical Conductivity (EC) 2 - 4 dS/m
ปริมาณน้ำในวัสดุปลูก 55 - 70%
ความถี่ในการให้น้ำ 6 - 9+ เมื่อตอนเปิดไฟ

ปริมาณน้ำต่อครั้ง

หมายถึงปริมาณน้ำที่ใช้รดต่อต้นในแต่ละครั้ง

การปล่อยให้วัสดุปลูกแห้ง

คือค่าความแตกต่างของปริมาณน้ำในวัสดุปลูกจากรอบก่อนหน้าถึงรอบถัดไป หรือดูว่าวัสดุปลูกแห้งมากแค่ไหนระหว่างการรดน้ำ

Electrical Conductivity (EC)

ค่าแสดงความสามารถในการนำไฟฟ้าของน้ำ ซึ่งบอกถึงปริมาณปุ๋ยในน้ำที่ให้ต้นกัญชา

 

โปรดจำไว้ว่า ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างของสภาพแวดล้อมที่ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของมวลเขียวเท่านั้น โดยสภาพที่เหมาะสมจริงขึ้นอยู่กับ strain จึงจำเป็นต้องปรับเงื่อนไขและการให้น้ำให้เหมาะกับวิธีปลูกของคุณด้วยการทดลองจนเจอ sweet spot สำหรับสายพันธุ์ที่ปลูก

4. ระยะออกดอก (Flowering Stage)

ในช่วง flowering พืชจะ โฟกัสพลังงานไปที่การสร้างดอก และชะลอการเจริญเติบโตของใบ กิ่งและลำต้น lowers branching & stretching

 

Regulate cannabis growth with crop steering: flowering growth

Crop steering ช่วยให้ต้นกัญชาโฟกัสพลังงานไปที่การออกดอก ส่งผลให้ได้ผลผลิตมากขึ้นและดอกคุณภาพดีขึ้น
 

แต่หากรู้สึกว่าต้นของคุณสร้างใบไม่เพียงพอสำหรับรองรับดอก หรืออยากเพิ่มช่องว่างระหว่างข้อตา ก็สามารถปรับสภาพแวดล้อมให้กระตุ้นการสร้างดอกมากขึ้นได้

Crop Steering ในระยะ Flowering

หากต้องการใช้เทคนิคนี้ในช่วง flowering ให้ จำลองสภาพแวดล้อมคล้ายฤดูร้อน ได้แก่:

  • VPD สูง
  • และแสงเข้มข้น

การควบคุมสภาพอากาศเพื่อการออกดอก

อุณหภูมิ 15 - 25°C
ความชื้น 40 - 70%
Vapor Pressure Deficit (VPD) 1.0 - 1.5 kPa
CO2 800 - 1200 ppm
ความต่างของอุณหภูมิกลางวัน/กลางคืน 0 - 12°C

 

นอกจากเรื่องสภาพอากาศแล้วยังมีปัจจัยเรื่องการให้น้ำด้วย ซึ่งประกอบด้วย:

  • ปริมาณน้ำต่ำ
  • และ EC สูง

การควบคุมการให้น้ำในช่วงออกดอก

ปริมาณน้ำต่อครั้ง 4-8% ของปริมาตรวัสดุปลูก
การปล่อยให้วัสดุปลูกแห้ง 15 - 30%+
อุณหภูมิของวัสดุปลูก 20 - 24°C
Electrical Conductivity (EC) 5 - 12 dS/m
ปริมาณน้ำในวัสดุปลูก 25 - 70%
ความถี่ในการให้น้ำ 3 - 9+ เมื่อตอนเปิดไฟ

 

อย่าลืมว่านี่เป็นแค่ตัวอย่างของเงื่อนไขที่ช่วยกระตุ้นการสร้างดอกเท่านั้น เงื่อนไขจริงต้องขึ้นอยู่กับพันธุ์ ต้องปรับเงื่อนไขและให้น้ำให้เหมาะกับวิธีปลูกของคุณ ด้วยการทดลอง crop steering จนเจอ sweet spot ของแต่ละสายพันธุ์

5. จะรู้ได้อย่างไรว่า Crop Steering ได้ผล?

เพื่อให้รู้ว่าเทคนิคนี้ใช้งานได้จริง ควรจะต้องบันทึกข้อมูลพืชแต่ละต้น ซึ่งเรียกว่า crop registration โดย เก็บบันทึกรายละเอียดของต้นกัญชาแต่ละต้น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของเทคนิคนี้

การบันทึกเหล่านี้จะช่วยให้คุณตามดูได้ว่าพืชตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและการให้น้ำอย่างไร ช่วยให้คุณหาจุดที่เหมาะสมกับแต่ละพันธุกรรมที่ปลูกได้

 

Regulate cannabis growth with crop steering: crop registration

ควรติดตามสิ่งใดบ้างเมื่อปรับการเจริญเติบโตของต้นกัญชา
 

แล้วควรติดตามอะไรบ้าง? จะขึ้นอยู่กับลักษณะที่ต้องการปรับปรุง แต่โดยทั่วไป ข้อมูลที่มักบันทึก ได้แก่ 

  • ความสูงของต้น
  • การพัฒนาราก
  • ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางลำต้น
  • ระยะห่างระหว่างข้อตา
  • สีของใบและลำต้น
  • Trichomes
  • ความแข็งแรงของต้น  
  • และขนาดของดอก

บันทึกข้อมูลเหล่านี้ทุกครั้งหลังการปลูกแต่ละรอบจะช่วยให้เข้าใจว่าแต่ละชั้นสายพันธุ์ตอบสนองต่อสภาพและวิธีการให้น้ำต่างกันอย่างไร ซึ่ง database เหล่านี้จะเป็น เครื่องมือสำคัญให้คุณปรับผลผลิตให้สูงสุด และปรับปรุงการเจริญเติบโตโดยรวมของต้นกัญชา ช่วยให้รู้แน่ชัดว่าควรปรับอะไรให้เหมาะกับแต่ละสายพันธุ์เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

6. วิธีอื่น ๆ ในการปรับทิศทางการเจริญเติบโตของต้นกัญชา

แม้ crop steering จะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับควบคุมและเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาและผลผลิตของกัญชา แต่ก็ไม่ใช่วิธีเดียวที่ผู้ปลูกสามารถเลือกใช้ได้
 และยังเป็นวิธีที่ค่อนข้างซับซ้อนและเหมาะกับมืออาชีพ หากคุณเป็นมือใหม่หรือปลูกเล่น ๆ การควบคุมสภาพแวดล้อมถึงระดับนี้อาจทำได้ยากมาก โดยเฉพาะหากปลูก outdoor

ถ้ากำลังมองหาวิธีอื่น ๆ ที่ช่วยเพิ่มโครงสร้างต้น ความแข็งแรง การออกดอกและลดความเสี่ยงที่ crop จะล้มเหลว ก็ยังมีตัวเลือกอีกมากมาย

Stress Training

Stress training แบ่งออกเป็นสองประเภทหลักคือ High-Stress Training (HST) และ Low-Stress Training (LST) วิธีเหล่านี้ใช้หลักการที่ว่าการสร้างความเครียดหรือการบาดเจ็บแก่ต้น จะบังคับให้เกิดการแตกยอดและเพิ่มผลผลิตของต้น ซึ่งสามารถทำได้สองแนวทาง คือ การสร้างความเครียดทางกายภาพแก่ต้น หรือการควบคุมแนวทางการเจริญเติบโต

เทคนิค HST

เทคนิค high-stress training มีหลากหลาย ตั้งแต่ การตัดแต่งกิ่ง และ topping ไปจนถึงการดัดงอ (bending) และ super cropping และอื่น ๆ หลักการก็คือการทำให้ต้นได้รับความเครียดในระดับหนึ่งจนต้องสร้างยอดใหม่ เพิ่มการออกดอก และเพิ่มความแข็งแรงแก่ต้น

 

  • Topping  คือการตัดยอดบนสุดเพื่อให้แตกกิ่งหลักสองกิ่งแทนที่จะเป็นหนึ่งเดียว และสามารถทำซ้ำได้หลายครั้ง วิธีนี้ช่วยเพิ่มจุดที่สามารถออกดอกได้และช่วยให้เกิดการเจริญเติบโตไปด้านข้างมากขึ้น
  • Super cropping ใกล้เคียงกันตรงที่เป็นการสร้างความเครียด แต่แทนที่จะตัดยอดหรือกิ่ง จะเป็นการกดก้านให้โค้งงอลงและมัดไว้ จะเกิดบาดแผล แต่เมื่อแผลหาย กิ่งจะแข็งแรงและรองรับดอกได้มากขึ้น
  • Main lining เป็นวิธีเพิ่มความเครียดแบบทำหลายกิ่งหลักในต้นเดียว โดยแบ่งกิ่งใหญ่ให้กลายเป็นกิ่งเล็กหลายกิ่งแล้วดัดให้พาดอยู่ในแนวนอน จะช่วยให้เกิดจุดออกดอกมากและเก็บเกี่ยวได้เยอะขึ้น

 

เราไม่แนะนำให้ใช้เทคนิค HST กับ strain อัตโนมัติ (autoflowering strains) เว้นแต่คุณจะมีประสบการณ์และเข้าใจสายพันธุ์ที่เลือกดีแล้ว

เทคนิค LST

Low-stress training เป็นวิธีที่รุนแรงน้อยกว่าและเหมาะกับสายพันธุ์ autoflowering มากกว่า เนื่องจาก ออโต้ไม่สามารถฟื้นตัวเร็วจากความเสียหายรุนแรงแบบ HST ได้ LST จะเน้นใช้อุปกรณ์ช่วยดัดกิ่งแบบอ่อนโยน เช่น ตรึงไว้หรืองอเบา ๆ หรือควบคุมการเติบโตของ canopy ให้เป็นรูปทรงตามต้องการ เช่น tie-down method ที่มัดกิ่งและลำต้นหลักให้เติบโตในแนวนอน จะทำให้เกิดดอกขนาดใหญ่

การเปิด canopy ให้โปร่งจะช่วยให้แสงส่องถึงทุกจุดที่มีดอก The Screen of Green (ScrOG) เป็นหนึ่งในเทคนิค LST ที่ใช้กันทั้งออโต้และโฟโต้ โดยใช้ตาข่ายหรือ net ควบคุมทรง canopy และกระจายจุดออกดอกให้กระจายทั่วถึงแสง ช่วยให้ผลผลิตดีขึ้น ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้วิธีไหน อย่าลืมว่าอย่าทำให้ต้นเครียดมากเกินไป โดยเฉพาะหากปลูกออโต้

การจัดการธาตุอาหาร

คุณภาพของธาตุอาหารที่ให้ต้นกัญชานั้นสำคัญไม่แพ้วิธีฝึกต้น การให้ปุ๋ยเหมาะสมจะช่วยให้เจริญเติบโตแข็งแรงและได้ผลผลิตสูง ปุ๋ยอินทรีย์เหมาะกับการปลูกกัญชาเพราะปล่อยสารอาหารช้าเป็นประโยชน์กับต้นไม้

ปุ๋ยอินทรีย์อ่อนโยนไม่ก่อ pH แกว่งรวดเร็วอย่างปุ๋ยเคมี ควรเข้าใจความต้องการของต้นและปรับธาตุอาหารตามแต่ละช่วงของการปลูก ถ้าปลูกในดินปกติควรเสริมปุ๋ยอินทรีย์เป็นระยะ ควรเลือกดินปลูกที่ออกแบบมาสำหรับกัญชาโดยเฉพาะ

7. สรุป

การปลูกกัญชาไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะกัญชาเป็นหนึ่งในพืชแรก ๆ ที่มนุษย์นำมาปลูกในบ้าน และเมื่อการรับรองถูกกฎหมายมากขึ้น เทคนิคใหม่ ๆ ก็ยิ่งถูกพัฒนามากขึ้นกว่าเดิม Crop steering สำหรับกัญชายังใหม่และอยู่ในระยะเริ่มต้น ทำให้ผู้ปลูกต้องการอุปกรณ์พิเศษเพื่อเก็บข้อมูลและปรับพารามิเตอร์เพื่อหาจุดลงตัว อย่าลืมว่าเมื่อปลูกกัญชาคุณจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เสมอ โดยเฉพาะผู้ปลูกเชิงพาณิชย์ที่จะปรับการปลูกให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ Crop steering จึงจะยิ่งถูกพัฒนาและเป็นเครื่องมือสำคัญในอนาคตของการปลูกกัญชา

แม้จะควบคุมทุกอย่างไม่ได้หากไม่มีอุปกรณ์ที่เหมาะสม แต่การมีความรู้พื้นฐานนี้ก็ช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นแม้เป็นแค่ผู้ปลูกที่บ้าน Crop steering ถูกใช้มาเนิ่นนานในพืช แต่เพิ่งถูกนำมาใช้กับกัญชาและได้ผลลัพธ์ยอดเยี่ยม หากมีประสบการณ์ crop steering อย่าลังเลที่จะแบ่งปันโดยคอมเมนต์ไว้ด้านล่างนี้!

 

 

แหล่งข้อมูลภายนอก

Growers guide to crop steering - Trym

Chlorophyll b as a source of signals steering plant development - Tyutereva, Elena & Dmitrieva, Valeria & Voitsekhovskaja, Olga. (2017)

Plant management for generative or vegetative steering - Nederhoff, Elly & Houter, G.. (2009)



Comments

New Comment
ยังไม่มีความคิดเห็น


Select a track
0:00 0:00