วิธีป้องกันไฟไหม้ในห้องปลูกของคุณ
- 1. การป้องกันไฟไหม้ในห้องปลูก
- 1. a. เบรกเกอร์กันไฟดูด (gfci)
- 1. b. เครื่องตรวจจับควัน
- 2. การหยุดไฟไหม้ในห้องปลูก
- 2. a. ลูกบอลดับเพลิง
- 2. b. เครื่องดับเพลิงสเปรย์
- 2. c. ถังดับเพลิงแบบมือจับ
- 3. สิ่งที่ควรทำเมื่อเกิดไฟไหม้
- 4. เคล็ดลับสำคัญเพื่อให้ห้องปลูกของคุณปลอดภัย
- 5. สรุป
อาจฟังดูเหมือนเรื่องแต่ง แต่ความจริงแล้วมีข่าวเรื่องไฟไหม้จากความประมาทของผู้ปลูกเกิดขึ้นไม่น้อย แน่นอนว่าไฟไหม้ไม่ได้เกิดจากความประมาทเสมอไป บางครั้งอาจเกิดจากอุปกรณ์ไฟฟ้าชำรุด แต่ไม่ว่าจะเป็นความผิดของผู้ปลูกหรืออุปกรณ์เสียหาย อุบัติเหตุที่เกี่ยวกับไฟสามารถส่งผลร้ายแรง เช่น ไฟไหม้บ้านหรืออาคารได้ ดังนั้นนี่คือสิ่งที่คุณต้องรู้เพื่อป้องกันไฟไหม้ในเต็นท์ปลูกของคุณ เราขอให้คุณไม่ต้องพบกับเหตุการณ์ไฟไหม้ แต่เพื่อความปลอดภัย อย่าลืมอ่านคำแนะนำต่อไปนี้และมั่นใจว่าคุณจะปลูกเมล็ดแบบ feminizedได้อย่างปลอดภัย 100%!
เมื่อเราพูดถึงการ “จุดไฟ” ที่นี่หมายถึงการสูบจอยท์ บลันท์ หรือบ้อง—ไม่ใช่ไฟบ้านนะ! ห้องปลูกถือเป็นจุดเสี่ยงต่อไฟไหม้ พื้นที่ค่อนข้างจำกัด อากาศถ่ายเทน้อย มีอุปกรณ์ไฟฟ้าจำนวนมาก และยังมีน้ำเยอะด้วย (โดยเฉพาะถ้าปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์) น้ำหกเพียงครั้งเดียวอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ นอกจากนี้ การขาดความรู้เรื่องอุปกรณ์ไฟฟ้ายังอาจทำให้วงจรไฟฟ้าทำงานหนักเกินกำลัง รวมถึงการถ่ายเทอากาศไม่ดี เนื่องจากไม่มีพัดลมหรือเครื่องดูดอากาศ อาจทำให้ทุกอย่างร้อนเกินไป สรุปแล้ว เมื่อคุณปลูกกัญชาในร่ม ต้องคำนึงถึงการเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม การระบายอากาศที่ดี อุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสม รวมถึงระบบไฟที่ปลอดภัยเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่ร้ายแรงได้
1. การป้องกันไฟไหม้ในห้องปลูก
สาเหตุหลักของไฟไหม้คือปัญหาจากไฟฟ้า ดังนั้นข้อควรระวังข้อแรกคืออย่าให้วงจรไฟฟ้าทำงานหนักเกินไป แม้ผู้ปลูกส่วนใหญ่จะไม่ใช่ช่างไฟโดยตรง แต่ก็ควรเรียนรู้พื้นฐานบ้าง
ความปลอดภัยด้านไฟฟ้า
อุปกรณ์สำหรับปลูกทุกอย่างต้องใช้ไฟฟ้า ดังนั้นมาตรการป้องกันไฟที่สำคัญที่สุดคือ การตรวจสอบ:
- กระแสสูงสุดที่วงจรรับได้ (amperage);
- ความจุของวงจรและ;
- ปริมาณไฟฟ้าที่อุปกรณ์ใช้
ทุกปลั๊กไฟในบ้านคุณต่อกับวงจรไฟ โดยวงจรนั้นจะรับไฟได้ในปริมาณหนึ่ง ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย คุณต้องรู้ให้แน่ชัดว่าวงจรที่ใช้สามารถรับไฟได้เท่าไหร่ โดยปกติที่เบรกเกอร์ (ในกล่องไฟ) จะระบุค่ากระแส (แอมป์) เอาไว้ เช่น 15A, 20A หรือ 30A ตัวเลขนี้คือแอมป์ หากไม่อยากคิดเลขเอง ดูตารางนี้ได้เลย:
| กำลังไฟสูงสุดและที่แนะนำสำหรับวงจร | ||||||
|---|---|---|---|---|---|---|
| แรงดันไฟ | 110V | 220V | ||||
| กระแส (A) | 15A | 20A | 30A | 15A | 20A | 30A |
| กำลังไฟสูงสุด (วัตต์) | 1650W | 2200W | 3300W | 3300W | 4400W | 6600W |
| กำลังไฟที่แนะนำ | 1320W | 1760W | 2640W | 2640W | 3520W | 5280W |
สาเหตุที่กำลังไฟที่แนะนำจะน้อยกว่ากำลังไฟสูงสุดเพราะแนะนำให้ใช้วงจรสูงสุดไม่เกิน 80% สำหรับอุปกรณ์ที่เปิดทิ้งไว้เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน หากคุณอยากคิดเลขเองก็ง่ายมาก เพียงแค่ดูค่าแอมป์และโวลต์ หากปลั๊กของคุณระบุไว้ 110V 20A หมายความว่าวงจรในห้องนั้นสามารถรับโหลดสูงสุดได้ 2200 วัตต์ คำนวณได้ตามสูตรนี้:
แรงดัน x กระแส = กำลังไฟสูงสุด
110 V x 20 A = 2200 W
ไม่ว่าจะทั้งแอมป์และโวลต์เท่าไหร่ คุณจะรู้กำลังไฟสูงสุดได้เสมอตามสูตรนี้ โดยหมายถึง “รวมทั้งห้อง” ไม่ใช่เฉพาะปลั๊กเดียว และแนะนำอย่างยิ่งว่าให้ใช้งานไม่เกิน 80% ของกำลังสูงสุด เมื่ออุปกรณ์ทำงานเกิน 8 ชั่วโมง
เมื่อรู้ว่าวงจรรับไฟไหวแค่ไหน เพียงแค่ดูฉลากกำลังไฟที่อุปกรณ์ เทียบกับตัวเลขวงจร คุณจะรู้ว่ามากไปหรือไม่ ส่วนใหญ่แล้ววงจรเดียวเอาอยู่สำหรับเต็นท์ปลูก 1 หลังกับอุปกรณ์ แต่ถ้าคุณจะปลูกมากกว่านั้น ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าวงจรไฟฟ้ารับได้
เบรกเกอร์กันไฟดูด (GFCI)
หากต้องการความปลอดภัยเพิ่ม ควรใช้ปลั๊กหรือปลั๊กพ่วงแบบ GFCI ซึ่งจะสามารถตรวจจับการรั่วไหลของกระแส (กรณีไฟไหม้) และตัดไฟอัตโนมัติ

ถ้าคุณจะเสียบอุปกรณ์ทุกชิ้นกับ GFCI เดียว ควรใช้แบบ 15A ขึ้นไป เพราะ GFCI แอมป์ต่ำจะรองรับได้ไม่หมด
เครื่องตรวจจับควัน
อุปกรณ์นี้พบได้ทั่วไปในบ้านและสำคัญมาก เพราะสามารถตรวจจับควันก่อนที่ไฟจะลุกลาม ให้คุณลงมือได้ทันเวลา จริงๆ แล้วเครื่องตรวจจับควันราคาไม่แพง ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่คุณอยู่ ราคาขั้นต้นมีตั้งแต่ $20
เลือกเครื่องตรวจจับควันแบบเซนเซอร์คู่หากเป็นไปได้ จะช่วยให้ตรวจสิบไฟได้ไวกว่า
เพราะไม่มีอะไรรบกวนเซนเซอร์ในเต็นท์ปลูก ดังนั้นทันทีที่ได้ยินเสียงเตือนจากเครื่องตรวจจับควันแปลว่ามีสิ่งผิดปกติ คุณจะรีบเข้าไปห้องปลูกได้ทันที ยังมีโอกาสดับไฟได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องลำบากเกินไป
คำแนะนำเพิ่มเติม
- เก็บอุปกรณ์ไฟฟ้าให้ห่างจากน้ำ เวลารดน้ำต้องระวังอย่าให้น้ำโดนหรือใกล้อุปกรณ์ไฟฟ้า ให้ตั้งถังน้ำให้ห่างจากอุปกรณ์ไฟฟ้ามากที่สุด โดยเฉพาะถ้าคุณปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์
- ห้ามวางอุปกรณ์ไฟฟ้าบนพื้นหากทำได้ พยายามติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อยู่สูงจากพื้น จะช่วยลดโอกาสลัดวงจรเวลาน้ำหก
- หมุนเวียนห้องปลูกให้สะอาดและเป็นระเบียบ! พวกใบไม้แห้ง กระดาษลัง ไฟลุกได้ง่าย ต้องจัดของในห้องปลูกให้เป็นระเบียบและสะอาด
2. การหยุดไฟไหม้ในห้องปลูก
แม้จะระวังแค่ไหน อุบัติเหตุก็เกิดได้ ดังนั้นเราขอแนะนำให้เตรียมพร้อมรับมือกับกรณีเลวร้ายที่สุด แม้คุณไม่ต้องเจอมันจริงๆ ดังนั้น นี่คืออุปกรณ์ที่อาจช่วยคุณได้ ไม่ให้สูญเสียทั้งผลผลิตหรือมากไปกว่านั้น
ลูกบอลดับเพลิง
ในกรณีร้ายแรง ลูกบอลดับเพลิงถือเป็นตัวเลือกที่ดี ต่างจากเครื่องตรวจจับควันที่คอยเตือนก่อนเกิดไฟ ลูกบอลดับเพลิงถูกออกแบบมาเพื่อหยุดไฟที่กำลังไหม้โดยตรง และราคาไม่แรง เริ่มต้นราว $25 ลูกบอลดับเพลิงจะตอบสนองต่อความร้อนสูง เมื่อตรวจเจอก็จะแตกตัวปล่อยผงดับเพลิงออกมา นอกจากดับไฟแล้ว ยังป้องกันไม่ให้ไฟปะทุซ้ำ อุปกรณ์ประเภทนี้ใช้ง่ายมาก คุณสามารถตั้งไว้ในเต็นท์ปลูก (วางบนพื้นก็ได้) ใกล้ปลั๊กไฟ หรือหยิบใช้เวลาเกิดเหตุทันที ต้องระวังเพราะลูกบอลดับเพลิงใช้สารเคมีแบบแห้ง กลิ่นแรง อาจสร้างความเสียหายกับอุปกรณ์ไฟฟ้า และทำความสะอาดยาก ดังนั้นต้องวางในที่ปลอดภัย ไม่ให้ทำงานผิดพลาด
เครื่องดับเพลิงสเปรย์
เครื่องดับเพลิงสเปรย์เป็นเหมือนถังดับเพลิงขนาดเล็ก ขนาดประมาณกระป๋องสเปรย์ปรับอากาศ ใช้งานได้ราว 30 วินาที หมายความว่าใช้ดับไฟเฉพาะจุดเล็กๆครอบคลุมพื้นที่ไม่มาก ดังนั้นหากห้องปลูกของคุณใหญ่ ควรมีถังดับเพลิงแบบมือจับขนาดมาตรฐานเพิ่มด้วย
ถังดับเพลิงแบบมือจับ
ถังดับเพลิงแบบมือจับคือสิ่งที่คนส่วนใหญ่นึกถึงเมื่อพูดถึงการป้องกันและดับไฟ มีหลายประเภทให้เลือก ใช้งานได้ดีทั้งหมด แต่บางแบบทิ้งคราบไว้เยอะ

เช่น ถังดับเพลิงแบบผงมีประสิทธิภาพในการดับไฟเยี่ยมแต่จะทำให้ห้องปลูกของคุณมีกลิ่นรุนแรง สกปรกยุ่ง เหลือแต่ละคราบและทำให้อุปกรณ์พัง ถึงจะดีกว่าไฟไหม้บ้านแต่ก็ไม่เหมาะนัก ดังนั้นควรเลือกถังดับเพลิงที่ไม่ทิ้งคราบสารเคมี รวมทั้งยังดับไฟได้ดี ข้อเสียเดียวคือแบบนี้จะแพงมาก ต้องชั่งใจว่าคุณจำเป็นแค่ไหน
3. สิ่งที่ควรทำเมื่อเกิดไฟไหม้
หากคุณพบว่ากำลังเกิดไฟไหม้ สิ่งสำคัญคือต้องตั้งสติ หากคุณตื่นตระหนกจะตัดสินใจผิดได้ เมื่อสงบลงแล้วให้หาต้นตอที่เกิดควันและประเมินไฟว่าขนาดเล็กพอจะดับเองไหวไหม ถ้าไฟยังเล็กอยู่ ให้ตัดไฟและใช้ถังดับเพลิงรีบดับทันที ต้องตัดไฟก่อนเพราะถ้าเกิดจากลัดวงจรไฟฟ้าอาจลุกลามกว่าเดิม จำไว้ว่าห้ามใช้น้ำดับไฟเด็ดขาดยกเว้นคุณมั่นใจว่าปลอดภัยจริง!
ถ้าไฟลุกลามใหญ่เกินจะจัดการ อย่าตื่นตกใจแต่ต้องรีบแจ้งให้คนในบ้านทราบ ปิดปากจมูกกันควัน แล้วพาทุกคนออกจากบ้านให้ปลอดภัย จากนั้นโทรแจ้งหน่วยดับเพลิงโดยด่วนที่สุดเพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่ม

หากคุณอาศัยในอาคารชุดจะยิ่งซับซ้อนเพราะมีผู้อยู่อาศัยหลายครอบครัว ดังนั้นควรกดสัญญาณเตือนไฟหรือแจ้งคนอื่นให้ทราบเหตุการณ์ก่อน หลังจากแจ้งทุกคนแล้ว ให้รีบออกจากอาคารด้วยบันได หลีกเลี่ยงการใช้ลิฟต์เพื่อความปลอดภัย และเมื่อพ้นตัวอาคารแล้วให้โทรแจ้งหน่วยดับเพลิงหรือเจ้าหน้าที่ทันที
4. เคล็ดลับสำคัญเพื่อให้ห้องปลูกของคุณปลอดภัย
การป้องกันไฟไหม้ไม่ใช่เรื่องเดียวที่ต้องคิดเพื่อความปลอดภัยของห้องปลูก นี่คือเคล็ดลับที่คุณควรนำไปใช้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุในห้องปลูกของคุณ
จัดสายไฟให้เรียบร้อย
การสะดุดหกล้มเป็นสาเหตุอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นง่ายมาก หากคุณล้มทับต้นไม้ อาจทำให้ตัวเองบาดเจ็บ ต้นไม้เสียหาย หรือกระทั่งไฟไหม้ได้ ดังนั้นจัดเต็นท์ให้เรียบร้อย ใช้เทปผ้าหรือเคเบิ้ลไทร์ ยึดสายต่างๆ กับพื้นหรือติดผนังไว้ให้ดี โดยสำคัญอย่างยิ่งถ้าปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุถังน้ำหกรั่วอาจทำให้เกิดไฟฟ้าสั้นได้
ตรวจสอบอุปกรณ์เป็นประจำ
อุปกรณ์ปลูกทุกอย่างจะเสื่อมสภาพตามเวลา ตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ปลูกเป็นประจำ การดูแลสม่ำเสมอทำให้ระบบทำงานได้ดีและยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์
ใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม
บางครั้งคุณอาจไม่มีตะขอหรือโซ่แขวน เลยหยิบเชือกมาใช้แทน แม้มันจะใช้ได้ แต่ก็เพิ่มโอกาสที่ไฟหรืออุปกรณ์จะตกหล่น พังเสียหาย อย่าด้นสดและเลือกใช้อุปกรณ์ให้ถูกต้องอยู่เสมอ ตรวจอุปกรณ์แขวนทุกสัปดาห์ให้แน่ใจว่าปลอดภัยหลีกเลี่ยงการดัดแปลงเพราะจะก่อปัญหาในระยะยาว ตัวอย่างเช่น เวลาปลูกไฮโดรโปนิกส์ หากเลือกใช้ตั้งเวลาแบบธรรมดาจะราคาถูกกว่าแต่ไม่ทนไฟฟ้าสูง ควรใช้ตั้งเวลาแบบหนักเพื่อให้ไฟและอุปกรณ์ทำงานได้ หากใช้ตัวธรรมดาอาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรและไฟไหม้ได้
แยกอุปกรณ์ไฟฟ้าและน้ำออกจากกัน
ผู้ที่มีถังน้ำในเขตพื้นที่ปลูก ควรตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดไว้เหนือระดับเอว และอุปกรณ์น้ำไว้ต่ำกว่าระดับเอว เพื่อลดโอกาสสัมผัสกัน ถ้ามีน้ำหกก็จะไม่ต้องรีบย้ายหรือล้างอุปกรณ์ไฟฟ้าให้เสียเวลา น้ำหกไม่เพียงก่อไฟไหม้ ยังอาจทำให้คุณลื่นล้ม หรือดึงดูดเชื้อราและแมลงได้ อย่าลืมว่าการดูแลเพียงเล็กน้อย ช่วยได้มาก
5. สรุป
ทั้งหมดนี้อาจดูมากเกินไปสำหรับผู้ปลูกสมัครเล่น แต่ทุกคนมีความเสี่ยงต้องเจอเหตุไม่คาดคิดได้เสมอ ควรเตรียมป้องกันไว้ก่อนเสมอ แม้โอกาสไฟไหม้ห้องปลูกจะน้อยมากก็เถอะ เอาไว้ดีกว่าเสียใจภายหลัง!
หากคุณมีเคล็ดลับหรือวิธีดี ๆ มาช่วยป้องกันอุบัติเหตุไฟไหม้ในห้องปลูก แชร์แบ่งปันไว้ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!
ความคิดเห็น