วิธีปลูกกัญชาในร่ม: คู่มือมือใหม่ - 2022 (ตอนที่ 1)
- 1. ขั้นตอนที่ 1 จัดเตรียมพื้นที่ปลูกกัญชา
- 2. ขั้นตอนที่ 2 เลือกไฟปลูกกัญชา
- 2. a. ไฟปลูกแบบฟลูออเรสเซนต์
- 2. b. ไฟปลูกแบบ hid
- 2. c. ไฟปลูกแบบ led
- 3. ขั้นตอนที่ 3 เลือกสายพันธุ์กัญชาให้ถูกต้อง
- 4. ขั้นตอนที่ 4 ให้อากาศใหม่กับต้นกัญชา
ขอแสดงความยินดี! หากคุณอ่านมาถึงตรงนี้ แสดงว่าคุณพร้อมที่จะปลูก เมล็ดกัญชา ของตัวเองแล้ว นี่เป็นก้าวที่สำคัญมาก เมื่อคุณเข้าใจทุกขั้นตอนของการปลูก คุณแทบจะไม่ต้องซื้อกัญชาสำเร็จรูปอีกเลย การปลูกกัญชาในร่มต้องใช้ความพยายามมาก ต่างจากการปลูกกลางแจ้งที่ใช้แค่แสงแดด น้ำ และธรรมชาติ เพราะ เมื่อปลูกในร่ม คุณคือธรรมชาติสำหรับต้นกัญชา เช่น ปลูกในเต็นท์ คุณต้องควบคุมและปรับสภาพแวดล้อมทั้งหมดเพื่อให้ต้นกัญชาเติบโตได้อย่างสมบูรณ์และได้ผลผลิตดีที่สุด
ปัจจัยที่ต้องควบคุมได้แก่ แสง อุณหภูมิ ความชื้น ดินปลูก และสารอาหาร ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณสามารถควบคุมองค์ประกอบเหล่านี้ได้ เพื่อไม่ให้ได้ผลผลิตล้นเกินหรือทำให้ต้นตาย เพื่อให้ทำได้ถูกต้อง ควรอ่านหรือหาข้อมูลออนไลน์ก่อน เพราะอาจดูยุ่งยากสำหรับมือใหม่ การปลูกกัญชาในร่มอาจดูซับซ้อนสำหรับมือใหม่ แต่อย่าห่วง คู่มือฉบับย่อนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจทุกขั้นตอนอย่างรวดเร็วสำหรับการเริ่มต้นปลูกกัญชาของคุณเอง
ขั้นตอนที่ 1 จัดเตรียมพื้นที่ปลูกกัญชา
ขั้นแรกในการตั้งพื้นที่ปลูกกัญชาคือออกแบบ ห้องหรือพื้นที่ปลูกที่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องหรูหรา สามารถเป็นตู้เสื้อผ้า ห้องว่าง หรือแม้แต่ซอกเล็กๆ ก็ได้ สิ่งที่ต้องคำนึงคือปรับสเปซให้เหมาะสมกับความต้องการของคุณ โดยทั่วไปเราแนะนำให้เริ่มจากเล็ก ๆ สำหรับมือใหม่ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้:
-
ปลูกขนาดเล็กมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นน้อยกว่า
-
ดูแลและควบคุมต้นกัญชาจำนวนน้อยได้ง่ายกว่า
-
ความผิดพลาดจะส่งผลกระทบน้อยกว่าในฐานะมือใหม่
เมื่อออกแบบห้องปลูก อย่าลืมเรื่องอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น โคมไฟ พัดลม ท่อ และเครื่องมืออื่น ๆ ขณะปลูก ต้นกัญชาอาจโตขึ้น 3 เท่าในช่วงแรก ดังนั้นต้องมีพื้นที่เพียงพอ และควรคิดถึงตำแหน่งของห้องหรือเต็นท์ปลูกด้วย หากคุณอยู่ในประเทศที่ปลูกกัญชาได้เสรี ก็สามารถปลูกในห้องไหนในบ้านก็ได้ แต่ถ้าต้องการความลับหรือกฎหมายยังไม่เปิดกว้าง แนะนำให้เลือกห้องใต้หลังคา ใต้ดิน หรือที่ที่คนไม่ค่อยเข้า
ต่อไปให้คิดถึงเป้าหมายปลูกของคุณ มือใหม่ส่วนใหญ่อยากดูต้นเติบโตจากเมล็ดสู่การออกดอกและเก็บเกี่ยวเพื่อเรียนรู้ ถ้าเป็นแบบนี้ แค่พื้นที่เล็ก ๆ มุมห้อง หรือในตู้เสื้อผ้าก็พอ แต่หากต้องการผลผลิตมากเพื่อสะสมหรือสกัดทำ RSO ก็ต้องใช้พื้นที่ใหญ่ขึ้น
ควรทำความสะอาดห้องปลูกอย่างสม่ำเสมอ ความสะอาดสำคัญต่อการปลูกกัญชาในร่ม พื้นผิวที่ทำความสะอาดง่าย จึงจำเป็น หลีกเลี่ยงพื้นพรม ไม้ดิบ หรือม่านผ้าที่ทำความสะอาดยาก สรุป 3 สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงในการเลือกพื้นที่ปลูกกัญชา:
-
ความสะดวก หมั่นสังเกตต้นกัญชา ตรวจดูทุกวันยิ่งดี สำหรับมือใหม่อาจต้องดูบ่อย ๆ จนกว่าจะคล่อง
-
ความชื้นและอุณหภูมิ พื้นที่ที่ร้อนเกินไปไม่เหมาะสม แนะนำให้เป็นที่เย็น แห้ง และอากาศถ่ายเท
-
ความลับ ควรเลือกพื้นที่ที่เสียงพัดลมจะไม่โดดเด่นรบกวนคนอื่น
ขั้นตอนที่ 2 เลือกไฟปลูกกัญชา
เพราะไม่มีแสงแดด คุณจำเป็นต้องให้แสงแก่ต้นกัญชา คุณภาพของแสงเป็นปัจจัยสำคัญอันดับหนึ่ง ถ้าอยากได้ผลผลิตดี ต้องเลือกชุดไฟที่เหมาะสม มีตัวเลือกมากมายซึ่งอาจทำให้สับสนได้
ไฟปลูกแบบฟลูออเรสเซนต์
หลอดฟลูออเรสเซนต์มีราคาถูก ใช้งานง่าย และใส่ได้กับทุกสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะหลอด T5 กำลังสูงเหมาะมากสำหรับ ผู้ปลูกขนาดเล็ก ด้วยเหตุผล:
-
ราคาถูกเพราะหลอด โคม และบัลลาสต์อยู่ในชุดเดียว
-
ไม่ต้องใช้ระบบระบายความร้อน เพราะไม่ค่อยปล่อยความร้อนเท่าไฟ HID
ข้อเสียหลักคือ ไฟฟลูออเรสเซนต์ให้แสงไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ ให้แสงต่อวัตต์น้อยกว่าประมาณ 20-30% เมื่อเทียบกับพลังงานที่ใช้
ไฟปลูกแบบ HID
High-intensity discharge (HID) คือหลอดไฟขนาดใหญ่ที่ให้แสงเข้มข้น เหมาะกับการปลูกกัญชา ไฟ HID ได้รับความนิยมเพราะประสิทธิภาพและความคุ้มค่า ถึงแม้ราคาสูงกว่าไฟฟลูออเรสเซนต์และแบบอินแคนเดสเซนต์ แต่ให้แสงมากกว่าต่อหน่วยไฟฟ้าที่ใช้ มี HID อยู่ 2 ชนิดหลักที่นิยมสำหรับปลูก:
-
Metal Halide (MH) มักใช้ช่วงโตทางใบ แต่ก็นำไปใช้ช่วงออกดอกได้ แสงออกน้ำเงินเหมาะสำหรับช่วงเวจเจอทีฟ มือปลูกบางคนเปลี่ยนเป็นไฟชนิดอื่นเมื่อดอกเริ่มติด
-
High-Pressure Sodium (HPS) ใช้คู่กับ MH ให้แสงแดง-ส้ม เหมาะกับช่วงออกดอก
ไฟ HID ต้องใช้บัลลาสต์และโคมสำหรับแต่ละดวง บางรุ่นใช้ได้ทั้ง MH และ HPS ถ้าเลือกซื้อได้แค่อย่างเดียว แนะนำ HPS เพราะให้แสงต่อวัตต์มากกว่า
บัลลาสต์แม่เหล็กราคาถูกกว่าแบบดิจิทัลแต่ร้อนและเปลืองไฟและกินหลอดมากกว่า บัลลาสต์ดิจิทัลดีที่สุดแต่ราคาสูง
ไฟปลูกแบบ LED
หลอด LED มีมานาน แต่เพิ่งมาได้รับการพัฒนาให้เหมาะสำหรับปลูกในร่ม จุดเสียใหญ่คือ ราคาแพงกว่าชุด HID หลายเท่า

แต่การลงทุนกับ LED คุณภาพดีจะคุ้มค่าเพราะใช้งานได้นาน ประหยัดไฟ ปล่อยความร้อนน้อย และให้ แสงครอบคลุมทุกสเปกตรัม ส่งผลให้ผลผลิตมากขึ้น คุณภาพดีกว่า อย่าลืมว่าแสงที่เหมาะสมช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ดีกว่าเสมอ
ขั้นตอนที่ 3 เลือกสายพันธุ์กัญชาให้ถูกต้อง
คุณอาจเคยเห็นเมล็ดกัญชามากมายขายออนไลน์ ทั้งเมล็ดธรรมดา เมล็ดเฟมินไนซ์ และออโต้ฟลาวเวอร์ การรู้จักชนิดของสายพันธุ์แต่ละแบบก่อนปลูกจะทำให้คุณรู้ว่าควรคาดหวังอะไรในแต่ละช่วงของวงจรการเจริญเติบโต
จะได้วางแผนล่วงหน้า เลือกขนาดห้องปลูก กระถาง ไฟ และอุปกรณ์ก่อนหว่านเมล็ดในดิน จะช่วยให้ประหยัดและไม่ผิดพลาด ดังนั้น เข้าใจให้ชัดเจนว่าต้องการอะไร ก่อนสั่งซื้อเมล็ดกัญชา สรุปประเภทเมล็ดที่มีขายทั่วไป:
เมล็ดกัญชาธรรมดา
เมล็ดกัญชาธรรมดา สามารถเป็นต้นตัวผู้หรือตัวเมียก็ได้ ต่างกันตรงที่ต้นตัวเมียจะให้ดอกกัญชาที่เราใช้ ส่วนตัวผู้ผลิต ละอองเกสร สำหรับผสมพันธุ์เท่านั้น มือใหม่ควรหลีกเลี่ยงการผสมพันธุ์และเน้นปลูกเพื่อเรียนรู้ก่อน ถ้าเลือกปลูกเมล็ดธรรมดา อาจได้ต้นตัวผู้ที่ไปผสมต้นตัวเมียในห้องปลูก ส่งผลให้ดอกคุณภาพลดลง จึงขอแนะนำให้มือใหม่หลีกเลี่ยงเมล็ดธรรมดาไปก่อน
เมล็ดกัญชาเฟมินไนซ์
เมล็ดกัญชาเฟมินไนซ์ คือนำไปปลูกแล้วได้ต้นตัวเมียแทบทั้งหมด ไม่ต้องแยกตัวผู้ตัวเมีย ทุกต้นจะมีดอก (bud) จึงเหมาะกับมือสมัครเล่น ช่วยให้คุณไม่ต้องคอยเฝ้าระวังและเสียเวลาตรวจเช็กต้นปลูกในช่วงแรกของการออกดอก การเลือกเฟมินไนซ์ จะป้องกันดอกไม่ให้ติดเมล็ดและได้กลิ่น รส สารสำคัญ (phytochemical) เต็มที่
เมล็ดกัญชาออโต้ฟลาวเวอร์
สุดท้าย ออโต้ฟลาวเวอร์ สายพันธุ์ออโต้จะเป็นได้ทั้งธรรมดาหรือเฟมินไนซ์ แต่จุดเด่นอยู่ที่ ไม่ต้องพึ่งรอบแสงเพื่อออกดอก เพราะจะออกดอกตามอายุ เหมาะกับผู้ที่ต้องการปลูกหลายสายพันธุ์ ในช่วงเติบโตต่างกันในเต็นท์เดียว และแนะนำอย่างมากสำหรับปลูกกลางแจ้ง เพราะออโต้จะโตและออกดอกได้ตลอดปี ไม่ขึ้นกับฤดูกาล
ขั้นตอนที่ 4 ให้อากาศใหม่กับต้นกัญชา
แม้ว่า คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จะจำเป็นต่อการสังเคราะห์แสง ต้นกัญชาก็ต้องการอากาศบริสุทธิ์ เพื่อเจริญเติบโต จึงควรมีการไหลเวียนของอากาศตลอดเวลา วิธีง่าย ๆ คือ ติดตั้งพัดลมดูดอากาศ ที่ด้านบนเพื่อไล่อากาศร้อนออก และ ทางให้อากาศเข้า ที่พื้นโดยใช้ฟิลเตอร์ ขนาดของพัดลมดูดอากาศขึ้นกับขนาดห้องและความร้อนจากหลอดไฟ ระบบ HID ทำให้ร้อนมากโดยเฉพาะถ้าไม่ได้ติดตั้งแบบแอร์คูล

ให้รักษาอุณหภูมิในช่วงที่เปิดไฟไว้ที่ 21-31°C (69-87°F) และช่วงปิดไฟอยู่ที่ 14-21°C (58-69°F) บางสายพันธุ์ชอบเย็น บางสายพันธุ์ชอบอุ่น แนะนำให้ ตั้งระบบไฟ ทดสอบอุณหภูมิที่เหมาะ และเลือกพัดลมดูดอากาศให้ตรงกับความต้องการ ถ้ากลิ่นกัญชากวนใจ สามารถเพิ่มคาร์บอนฟิลเตอร์เข้าไปที่พัดลม
ตั้งพัดลมผนังให้มีลมเบา ๆ ในห้องปลูก จะช่วยเสริมสร้างลำต้นให้แข็งแรง และลดโอกาสศัตรูพืชหรือเชื้อรา ไม่ควรจ่อพัดลมเข้าต้นโดยตรงเพื่อป้องกันใบไหม้ลม
ปลูกกัญชาเองนั้นสนุก เมื่อคุณมีประสบการณ์มากขึ้น จะได้รู้วิธีปรับแต่งอุปกรณ์และสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับแต่ละสายพันธุ์และเทคนิคของตัวเอง
อ่าน ตอนที่ 2 ของบทความนี้เพื่อศึกษาขั้นตอนถัดไปและเริ่มต้นอย่างมั่นใจ การปลูกกัญชาน่าตื่นเต้น ใช้เวลากับต้นของคุณและสนุกกับมัน!
Comments