วิธีปลูกกัญชาในร่ม: คู่มือสำหรับมือใหม่ - 2022 (ตอนที่ 2)
- 1. ขั้นตอนที่ #4 สังเกตและตรวจสอบ
- 2. ขั้นตอนที่ #5 เลือกวัสดุปลูก
- 3. ขั้นตอนที่ #6 เลือกภาชนะสำหรับปลูกกัญชา
- 4. ขั้นตอนที่ #7 ให้อาหารต้นกัญชา
- 5. ขั้นตอนที่ #8 รดน้ำกัญชา
คุณตัดสินใจที่จะปลูกเมล็ดกัญชาของคุณเองแล้ว ยินดีด้วย! อีกไม่นานคุณจะได้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ประสบการณ์กับกัญชาที่ปลูกเองกำลังแพร่หลายไปทั่วโลก การปลูกกัญชาเป็นวิธีที่สนุกและประหยัดในการมีดอกคุณภาพสูงไว้ใช้เอง คุณไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ เพราะคนปลูกที่บ้านส่วนใหญ่ก็เริ่มต้นจากความไม่รู้อะไรเลย และค่อยๆเรียนรู้ผ่านการลองผิดลองถูก ดังนั้นแค่เตรียมอุปกรณ์พื้นฐานก่อนค่อยๆอัปเกรดอุปกรณ์ ซึ่งจะนำไปสู่ความรู้ที่มากขึ้น ผลผลิต( yield )และคุณภาพดอกที่ดีขึ้นถ้าทำถูกต้อง การปลูกกัญชาใช้เองเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรับประกันได้ว่าคุณจะได้ดอกที่ดีที่สุดและหยุดเสียเงินกับดอกที่อาจไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการ ดังนั้นอ่านต่อกับบทความคู่มือมือใหม่ปลูกกัญชาในร่มฉบับที่ 2 ของเรา อ่านคู่มือฉบับเต็มที่นี่ เพื่อช่วยให้คุณเริ่มต้นปลูกกัญชาครั้งแรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขั้นตอนที่ #4 สังเกตและตรวจสอบ
เมื่อคุณเลือกอุปกรณ์ควบคุมอากาศและไฟแล้ว ขั้นต่อไปต้องทำให้ระบบอัตโนมัติ แม้จะมีอุปกรณ์ควบคุมความชื้น อุณหภูมิ ไฟ และค่าคาร์บอนไดออกไซด์แบบไฮเทคและราคาสูงอยู่มากมาย แต่สำหรับมือใหม่เพิ่งเริ่มต้นจะใช้แค่ตัวตั้งเวลา 24 ชั่วโมงเพื่อควบคุมไฟและพัดลมดูดอากาศก็เพียงพอ
ในการปลูกกัญชา การตั้งเวลาของแสงและรอบมืดนั้นสำคัญมาก โดยปกติในช่วงพัฒนาใบ (vegetative phase) ให้เปิดไฟ 15-20 ชั่วโมงต่อวัน และเปลี่ยนเป็น 12 ชั่วโมงต่อวันเมื่อใกล้ถึงช่วงออกดอก คุณต้องหมั่นเปิดปิดไฟสลับกันในแต่ละวันเพื่อหลีกเลี่ยงความเครียดที่อาจเกิดกับต้นกัญชา ดังนั้น ตั้งเวลาคือสิ่งจำเป็น อีกทั้งการใช้ตัวตั้งเวลากับพัดลมดูดอากาศเองก็สำคัญเช่นกัน หรือถ้าจะให้ดีขึ้นควรซื้อเทอร์โมสตัทไว้ด้วย

ด้วยดีไซน์พื้นฐานที่สุด คุณสามารถตั้งค่าอุณหภูมิสูงสุดที่เหมาะกับพื้นที่แล้วเสียบพัดลมดูดอากาศเข้าไป เมื่ออุณหภูมิสูงถึงค่าที่ตั้งไว้ ระบบจะเปิดพัดลมจนกว่าค่าอุณหภูมิจะลดลงต่ำกว่าระดับที่ตั้งไว้เล็กน้อย หากคุณไม่ได้อยู่ในห้องปลูกบ่อย การมีเทอร์โมสตัทที่บันทึกค่าต่ำสุดสูงสุดได้จะช่วยควบคุมสภาพแวดล้อมภายในห้องปลูกอย่างมีประสิทธิภาพ สุดท้ายแนะนำให้มีเครื่องวัดค่า PH ไว้เช็กค่า PH ของน้ำ ธาตุอาหาร และดินหรือตัวกลางปลูก หากปลูกในดินให้รักษา PH ระดับ 6-7 และถ้าปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ให้ PH อยู่ที่ 5.5-6.5 ควรทดสอบค่าดินและน้ำสม่ำเสมอ และต้องแน่ใจว่าอาหารที่ให้กับต้นกัญชาอยู่ในช่วงที่เหมาะสม เพราะถ้า PH หลุดช่วงไป จะดูดซึมธาตุอาหารได้ไม่ดี ต้นกัญชาจะขาดสารอาหารได้
คุณควรเดินสำรวจสังเกตต้นกัญชาของคุณเป็นประจำ สังเกตและสัมผัสดูถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆ โดยเฉพาะลักษณะพื้นผิวและสีของใบพัด (fan leaves) เพราะโครงสร้างนี้จะบอกสุขภาพต้นไม้ได้ดีมาก สังเกตการงอ เหี่ยว งุ้ม ใบเหลือง จุดสีต่างๆ และอาการที่บ่งชี้ว่ามีศัตรูพืช โรค หรือขาดธาตุอาหาร การตรวจบ่อย ๆ จะทำให้คุณแก้ปัญหาได้ทันก่อนจะลุกลาม
ขั้นตอนที่ #5 เลือกวัสดุปลูก
เมื่อคุณมีแสงและพื้นที่แล้ว ขั้นต่อไปต้องเลือกว่าจะปลูกเมล็ดกัญชาในอะไร การปลูกในร่มมีทางเลือกมากมาย

ตั้งแต่ไฮโดรโปนิกส์ ดินปลูกจากร้านถูกๆ หรือกระถางดินแบบดั้งเดิม วัสดุปลูกแต่ละชนิดต่างมีข้อดีข้อเสีย เราจะพูดถึงวัสดุปลูกที่นิยมสองชนิด
ดิน
ดินเป็นวัสดุปลูกมาตรฐานที่สุดสำหรับปลูกกัญชาในร่ม อีกทั้งยังง่ายและให้อภัยมือใหม่มากที่สุด ดินคุณภาพดีทุกประเภทก็ใช้ได้แต่ห้ามมีปุ๋ยเคมีอย่าง Miracle-Gro เพราะจะส่งผลเสียต่อคุณภาพกัญชา ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้นคือดินผสมปุ๋ย หรือที่รู้จักกันว่าsuper soil ที่ให้ต้นกัญชาดูดสารอาหารได้ตั้งแต่ต้นจนเก็บเกี่ยวถ้าใช้อย่างถูกต้อง คุณสามารถซื้อดินสำเร็จรูปหรือทำเองโดยผสมขี้ค้างคาว มูลไส้เดือนและอื่น ๆ แล้วทิ้งไว้ไม่กี่สัปดาห์ก็ใช้ได้
ข้อดีของวิธีปลูกแบบอินทรีย์คือ เมื่อทำถูกต้อง จะช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้ดินกลางแจ้งของคุณขึ้นเรื่อย ๆ การโรยหน้าดินด้วยเศษอินทรีย์วัตถุและเลิกขุดดิน จะสร้างระบบนิเวศจุลินทรีย์ที่ช่วยย่อยสารอาหารให้กลายเป็นอาหารของต้นไม้ ช่วยระบายอากาศ ช่วยเก็บน้ำและลดค่าใช้จ่ายปลูกกัญชาได้มาก ขยะเปลือกผักผลไม้ ใบไม้แห้ง หญ้าตัดทิ้งเหล่านี้ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ได้ทั้งหมด และจะทำให้คุณได้ต้นที่แข็งแรงและให้ผลผลิตสูง
ไร้ดิน (ไฮโดรโปนิกส์)
หลายคนปลูกในร่มชอบระบบไร้ดินหรือไฮโดรโปนิกส์สำหรับกัญชา วิธีนี้อาศัยการให้อาหารแร่ธาตุเข้มข้นให้รากดูดซึมโดยตรงผ่านกระบวนการออสโมซิส ตัวเลือกนี้ดีมากเพราะทำให้ต้นโตเร็วและให้ผลผลิตมากขึ้น

มีวัสดุปลูกหลายอย่าง เช่น กาบมะพร้าว เพอร์ไลต์ ร็อควูล เวอร์มิคูไลต์ และก้อนดินเบา กาบมะพร้าวได้รับความนิยมมากที่สุด ทำจากเปลือกมะพร้าวและดูคล้ายดินแต่เหมาะสำหรับเพาะเลี้ยงแบคทีเรียดีที่ให้สารอาหารกับต้น คุณสามารถผสมกับวัสดุอื่นเพื่อปรับแต่งสูตรเฉพาะสำหรับคุณได้
ขั้นตอนที่ #6 เลือกภาชนะสำหรับปลูกกัญชา
ภาชนะที่จะปลูกกัญชาขึ้นกับวัสดุปลูก ขนาดต้นไม้และระบบปลูก เช่น ระบบ ถาดไฮโดรโปนิกส์ และ flood-and-drain อาจใช้กระถางตาข่ายเล็กๆ ใส่ก้อนดินเบาหรือร็อควูลแผ่นใหญ่เพื่อปลูกต้นกล้าหลายต้น

หรืออาจใช้ถุงพลาสติกแบบมีรู หรือบางคนเลือกใช้กระถาง smart pot ที่ออกแบบมาให้รากได้รับอากาศมากขึ้น บางคนเริ่มปลูกกัญชาในถังน้ำขนาดแกลลอน สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องระบายน้ำได้ดี กัญชาไม่ชอบน้ำขัง ดังนั้นถ้าใช้ภาชนะที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับปลูกต้นไม้ต้องเจาะรูระบายน้ำให้เรียบร้อย
ขั้นตอนที่ #7 ให้อาหารต้นกัญชา
การปลูกกัญชาให้มีคุณภาพ ต้องมีปุ๋ยและธาตุอาหารเพียงพอ ต้นกัญชาต้องได้รับธาตุอาหารหลัก ได้แก่:
- โพแทสเซียม (K)
- ไนโตรเจน (N)
- ฟอสฟอรัส (P)
- แคลเซียม
- แมกนีเซียม
- ทองแดง
ควรให้อาหารต้นกัญชา อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง โดยเฉพาะหากคุณไม่ได้ใช้ดินปลูกสำเร็จรูปที่ใส่ปุ๋ยมาแล้ว สารอาหารเหล่านี้มาในรูปแบบน้ำหรือผงผสมกับน้ำ และมีสูตรแยกระหว่างเฟสใบกับเฟสดอก เพราะแต่ละช่วงชีวิตต้นกัญชาต้องการธาตุหลักต่างกัน ช่วงใบต้องการไนโตรเจนสูง ช่วงดอกต้องการโพแทสเซียมและฟอสฟอรัสมากกว่าช่วงอื่น
บางสายพันธุ์ต้องการแคลเซียมมากกว่าสายพันธุ์อื่นเพื่อสร้างดอกแข็งแรงและสุขภาพดี ดังนั้นควรเลือกยี่ห้อที่มีสารอาหารครบ ศึกษาข้อมูลของสายพันธุ์ที่จะปลูกเพื่อหาอาหารที่เหมาะกับสายพันธุ์นั้นที่สุด
สารอาหารอินทรีย์ vs สารอาหารเคมี
ตามที่ได้กล่าวไว้ ต้นกัญชาต้องการธาตุอาหารเฉพาะขึ้นอยู่กับช่วงชีวิต หาซื้อได้ง่ายตามร้านอุปกรณ์ปลูก หรือจะทำเอง เช่นปุ๋ยหมักหรือวิธี KNFก็ได้ เมื่อซื้อปุ๋ยจะเจอทั้งแบบผง แบบน้ำ ฯลฯ แต่หลัก ๆ แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ อินทรีย์ และ อินทรีย์สังเคราะห์ ทั้งสองให้สารอาหารครบแต่แตกต่างกันในวิธีออกฤทธิ์
สารอาหารอินทรีย์
สารอาหารอินทรีย์จะทำงานร่วมกับจุลินทรีย์มีประโยชน์ กล่าวคือ ใส่ลงในวัสดุปลูกแล้วจุลินทรีย์จะย่อยสลายให้ต้นกัญชาดูดซึมได้ เหมาะมากที่ต้องรักษาความชื้นและค่า PH ให้จุลินทรีย์ขยายตัวเพื่อย่อยสลายสารอาหารต่อไป
สารอาหารเคมี
สารอาหารแบบเคมีพร้อมดูดซึม ไม่ต้องพึ่งจุลินทรีย์ หมายความว่าเมื่อให้ปุ๋ยเคมีจะให้อาหารตรงกับรากเลย ต่างจากอินทรีย์ที่ต้องรอจุลินทรีย์ย่อยก่อน ข้อเสียของเคมีคือมีโอกาสสูงที่จะเกิดอาการใบไหม้(ขาด-เกินสารอาหาร) เพราะปุ๋ยดูดซึมทันที ขณะที่อินทรีย์ปล่อยสารอย่างช้าๆขึ้นกับจุลินทรีย์ ดังนั้นจะเลือกวิธีไหนขึ้นกับความชอบ ระบบปลูก และวัตถุดิบที่มี
ขั้นตอนที่ #8 รดน้ำกัญชา
แน่นอนว่าต้นกัญชาต้องการน้ำ น้ำในแต่ละพื้นที่มีปริมาณแร่ธาตุต่างกัน ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อระบบราก การดูดซึมอาหาร หรืออาจมีเชื้อโรคและเชื้อรา รวมถึงบางพื้นที่อาจมีคลอรีนสูง ซึ่งไม่ดีต่อจุลินทรีย์ในดิน หลายคนจึงเลือกกรองน้ำก่อนใช้รดต้นไม้

สิ่งสำคัญในขั้นตอนนี้คืออย่ารดน้ำมากเกินไป ต้นกัญชาจะไวต่อโรครากเน่าถ้าอยู่ในสภาพแฉะเกินไป มือใหม่มักรดน้ำเยอะเกิน ขึ้นกับวัสดุปลูก ขนาดต้นและอุณหภูมิว่าควรรดน้ำบ่อยแค่ไหน
คู่มือนี้เหมาะสำหรับทุกคนที่อยากลองปลูกกัญชาในร่มและสัมผัสความสนุก ถึงแม้จะมีข้อผิดพลาดบ้างแต่เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับผู้เริ่มต้น เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้นคุณจะภูมิใจในผลผลิตและความสามารถการปลูกกัญชาด้วยตัวเอง หวังว่าคู่มือนี้จะช่วยมือใหม่เริ่มต้นปลูกกัญชาในร่มให้สำเร็จและนำไปสู่การปลูกกัญชาอย่างสนุกและได้ผลผลิตที่ดีในอนาคต
Comments