คู่มือสายพันธุ์กัญชา Pineapple Chunk แบบรายสัปดาห์
- 1. ข้อมูลการปลูก
- 2. การตั้งค่าการปลูก
- 3. การงอกเมล็ดและต้นกล้า | สัปดาห์ 1
- 4. ระยะต้นอ่อน (early veg) | สัปดาห์ 2-4
- 5. ระยะกลางถึงปลาย vegetative | สัปดาห์ 5-9
- 6. ช่วงเปลี่ยน(ก่อนออกดอก) | สัปดาห์ 10-11
- 7. ช่วงดอกต้น (early flower) | สัปดาห์ 12-13
- 8. ช่วงกลางดอก (bulk phase) | สัปดาห์ 14-16
- 9. การสุกและการเก็บเกี่ยว | สัปดาห์ 17-18
- 10. ผลผลิตและ smoke report
- 11. สรุป
Pineapple Chunk เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ยอดนิยมตลอดกาลจากคอลเลกชันของธนาคารเมล็ดกัญชา Barney’s Farm เมล็ดกัญชา ชื่อของสายพันธุ์บ่งบอกถึงสิ่งที่สายนี้เป็น – ให้ยอดดอกขนาดใหญ่แน่น พร้อมกลิ่นหอมโดดเด่น: ฉุน ชีส และมีความหวานของผลไม้ที่โดดเด่น รสชาติควันออกดินแบบหอมกลิ่นผลสับปะรดสุก รสชาติอร่อยเอาใจคนสูบ ฤทธิ์ของสายพันธุ์ Indica เด่นจะให้ความผ่อนคลายทางกาย พร้อมกระตุ้นสมองและความรู้สึกเป็นสุขแบบอ่อนโยน
Pineapple Chunk ยังเป็นพันธุ์ที่ปลูกง่ายน่าประทับใจ ตามที่คุณจะได้ชมจากคู่มือปลูกสัปดาห์ต่อสัปดาห์นี้ แม้จะโตช้าในช่วงแรก แต่เมื่อเริ่มติดสปีดแล้ว ไม่มีอะไรมาหยุดเธอได้ ทนทานต่อสภาวะต่างๆ ให้ผลผลิตดอกระดับพรีเมียมมากมาย
1. ข้อมูลการปลูก
Pineapple Chunk เป็น Indica 80% ต้นจะไม่สูงมาก โดยปกติสูงราว 90-100 ซม. (ราว 3 ฟุต) ทั้งปลูกในร่มและกลางแจ้ง หากฝึกต้นดีๆ สามารถทำให้เป็นทรงพุ่มและได้ยอดดอกขนาดใหญ่หลายยอด และไม่ว่าสร้างทรงแบบไหน ก็ให้ผลผลิต 600 กรัม/ตร.ม. (2 ออนซ์/ฟุต²) โดยประมาณ สำหรับปลูกกลางแจ้ง แม้ผู้ผสมพันธุ์ไม่ได้ระบุตัวเลขแน่นอน แต่ผลผลิตก็จัดว่าดีเช่นกัน
ช่วงเก็บเกี่ยวเหมาะสมจะอยู่ที่ 55-60 วัน หลังเปลี่ยนเป็น 12/12 ส่วนปลูกกลางแจ้งจะเก็บเกี่ยวได้ราว กลางเดือนกันยายน (ในเขตอบอุ่น) ดอกให้ THC ประมาณ 20% ในตัวอย่างที่ปลูกอย่างดี และมีโปรไฟล์เทอร์ปีนเข้มข้น รสชาติ ดิน เด่น พร้อมกลิ่น ชีสสกั๊งก์กับสับปะรดหวาน ส่วน CBD ยังไม่สูงเท่าสายพันธุ์ CBD-rich สมัยใหม่ แต่ก็ไม่ต่ำ เมื่อเทียบกับสายพันธุ์สายสันทนาการเก่า ๆ – ราว 1% ของน้ำหนักแห้ง

การผสมผสานระหว่างเนื้อหา THC ระดับกลางกับเทอร์ปีนที่มีชีวิตชีวามาก ทำให้ Pineapple Chunk มอบความรู้สึกสดชื่นและแรงบันดาลใจ คุณสามารถใช้ดอกสายนี้ได้แทบทุกช่วงเวลา เพราะจะไม่ทำให้คึกเกินก่อนเข้านอน อย่างไรก็ตาม สายพันธุ์นี้เหมาะสุดเมื่อใช้ในตอนเช้าคู่กับกาแฟเข้ม ๆ สด ๆ คุณจะรู้สึกมีกำลังใจหลังสูบไปไม่กี่คำ และพร้อมลุยงานอย่างเต็มที่ สำหรับสายขนม สายพันธุ์นี้ก็เหมาะกับการนำไปใช้ทำบราวนี่หรือขนมอบต่าง ๆ ฤทธิ์ที่ได้รับจะแรงชัดเจนขึ้น และคุณจะได้ลิ้มรสชาติเต็ม ๆ จากโปรไฟล์เทอร์ปีนทั้งหมดที่มี
2. การตั้งค่าการปลูก
4x4 ของ CoolGrows และปลูกถึง 4 สายพันธุ์รวม Pineapple Chunk ด้วย เต็นท์นี้ได้รับคะแนนดีเพราะซิปแข็งแรงและวัสดุหนา ข้างในติดตั้งไฟ LED HLG 550W พร้อมหลอดแดง ให้กำลังไฟราว 31 วัตต์/ตร.ฟุตเมื่อตั้งสูงสุด เพียงพอต่อระยะเจริญเติบโตและระยะออกดอก อีกทั้งยังต้องใช้ เครื่องเพิ่มความชื้น เพราะความชื้นค่อนข้างต่ำตลอดการปลูก
| พื้นที่ปลูก: | 1.49 ตร.ม. (16 ตร.ฟุต) | ขนาดกระถาง: | 18.93 ลิตร (5 แกลลอน) |
|---|---|---|---|
| ตั้งแต่เมล็ดถึงเก็บเกี่ยว: | 18 สัปดาห์ | วัสดุปลูก: | ดิน |
| ออกดอก: | 9 สัปดาห์ | สารอาหาร: | สังเคราะห์/อินทรีย์ |
| รูปแบบแสง: | 18/6 → 12/12 | ค่า pH: | 6.4-6.8 |
| ชนิดแสง: | LED | อุณหภูมิกลางวัน: | 26-31°C (78-88°F) |
| ใช้วัตต์ไฟ: | 500 | ความชื้น: | 18-38% |
3. การงอกเมล็ดและต้นกล้า | สัปดาห์ 1
การงอกเมล็ดกัญชา และดูแลต้นกล้าไม่ใช่เรื่องยากนัก อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวังเพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จ อุณหภูมิควรอุ่นราว 26-28°C ความชื้นสัมพัทธ์ควรสูง (70-80%) หากอากาศแห้ง (อย่างรอบนี้) ให้ใช้โดมคลุมต้นกล้าเพื่อเพิ่มความชื้นเฉพาะจุด ช่วงที่เมล็ดยังไม่งอก ยังไม่จำเป็นต้องเปิดไฟก็ได้
| ความสูงต้น: | 3" (7.6 ซม.) | ความชื้น: | 22% |
|---|---|---|---|
| ระยะห่างโคมไฟ: | 48" (122 ซม.) | รดน้ำ/วัน: | 0.1 แกลลอน (0.38 ลิตร) |
| อุณหภูมิกลางวัน: | 88°F (31°C) | pH: | 6.8 |
| อุณหภูมิกลางคืน: | 78°F (26°C) | TDS: | 300 ppm |
เนื่องจาก Pineapple Chunk เป็นสายพันธุ์ photoperiod สามารถย้ายกระถางได้หลายครั้งตามต้องการ โดยแต่ละครั้งขยายกระถางใหญ่ขึ้น ดังนั้นผู้ปลูกจึงเพาะเมล็ดในถาดขนาดเล็ก พร้อมเตรียมกระถาง smart pot ขนาด 5 แกลลอนรอไว้
แม้การเปลี่ยนกระถางบ่อยจะช่วยลดความเสียงให้น้ำมาก-น้อยเกินไป แต่มันก็มีความเสี่ยง คุณต้องคอยตามต้นให้ทัน เพราะหากต้นเติบโตในกระถางเล็กนานไป รากจะชอนไชและพันกันจนแน่น(รากขด) แม้เปลี่ยนกระถางแล้วบางครั้งรากแน่นก็ยังไม่กินน้ำ/อาหารเทียบเท่าระบบรากสมบูรณ์ได้ คุณช่วยได้โดยเขย่า/แยกรากเบาๆก่อนเปลี่ยนกระถาง
ผู้ปลูกใช้ดิน Batch 64 Moonshine 100% ซึ่งเป็นสูตร coco พร้อมปรับสูตรอินทรีย์ให้พอใช้ถึง 4 สัปดาห์แรก ดินสูตรอื่นที่หาซื้อทั่วไปก็มักมีสารอาหารพอสำหรับระยะต้นกล้าและต้นอ่อน คุณจึงรดน้ำเปล่าล้วนโดยไม่ต้องใส่ปุ๋ย(ถ้าอยาก)ได้เลย
เมื่อกล้าขึ้นแล้ว ควรเปิดไฟและวางให้ไม่ใกล้เกินไป ไม่เปิดไฟสุดแรง มิฉะนั้นอาจทำให้ต้นเตี้ยแคระ หรือเกิดการไหม้จากแสง ควรปล่อยให้ต้นยืดนิดหน่อยแต่ไม่เกินไป ช่วงสองสามวันแรกควรปรับแต่งตำแหน่งความแรงไฟให้เหมาะสม

4. ระยะต้นอ่อน (Early Veg) | สัปดาห์ 2-4
ในการเลือกรีวิว Pineapple Chunk รายสัปดาห์ เราพบว่าหลายคนบ่นว่าสายพันธุ์นี้ โตช้า ช่วงต้นอ่อน ทว่าหลังจากต้นตั้งตัวได้แล้วก็จะเติบโตเร็วและจบงานสวย ในการปลูกครั้งนี้ก็ต้นกล้าช้าแค่ช่วงแรกเท่านั้น
| ความสูงต้น: | 5-9" (12.7-23 ซม.) | ความชื้น: | 22% ↗ 34% ↘ 18% |
|---|---|---|---|
| ระยะห่างโคมไฟ: | 48" (122 ซม.) | รดน้ำ/วัน: | 0.1 แกลลอน (0.38 ลิตร) |
| อุณหภูมิกลางวัน: | 88°↘86°F (31°↘30°C) | pH: | 6.8 ↘ 6.4 |
| อุณหภูมิกลางคืน: | 78°↘74°F (26°↘23°C) | TDS: | 300 ppm |
ในสัปดาห์ที่ 2 Pineapple Chunk ต้องแก้ปัญหาต้นเอน (ถ้าไม่ค้ำอาจล้มเพราะใบหนัก) ดังนั้นจึงใช้ที่ค้ำ เราแนะนำให้เริ่มให้อาหารปริมาณ 1/4 ของที่ระบุในฉลากก่อนเพื่อลดความเสี่ยง ใบไหม้จากสารอาหารเกิน ต้นยังเล็กให้สลับน้ำเปล่าและอาหารได้เลย
ปัญหาโครงสร้างไม่แข็งแรงเพราะแสงไม่พอหลังงอก เราแนะนำให้เปิดไฟ 24 ชม.ทันทีที่ยอดพ้นดิน จะช่วยให้ต้นไม่ยืดเพราะหาแสงมากเกินไป หากโตในที่โล่งหรือกลางแจ้งก็ต้องคุมลมแรงๆ ด้วยเช่นกัน

สัปดาห์ที่ 3 คนปลูกไม่อยู่บ้าน ปล่อยให้คนดูแลแต่รดน้ำมากเกิน (มือใหม่คลาสสิค) อาการรดน้ำเยอะ เริ่มที่ใบงอกรงเล็บ หากเป็นหนักใบเหลือง/ตายจากล่างขึ้นบน ถ้าเจอควรเว้นน้ำจนกระถางเบาใบเริ่มเหี่ยว จึงค่อยรดน้ำใหม่
Pineapple Chunk และสายอื่นๆ ฟื้นตัวแล้ว ได้ย้ายกระถาง วิธีสังเกตว่าควรเปลี่ยนกระถางคือ ใบแตะขอบกระถางหรือรากโผล่จากรูก้นกระถาง

5. ระยะกลางถึงปลาย Vegetative | สัปดาห์ 5-9
ช่วงสิ้นเดือนแรก autoflower ส่วนใหญ่จะเริ่มออกดอกแล้ว แต่แบบ photoperiod คุณจะยืดวีจีได้นานเท่าที่ต้องการ ตราบใดที่ยังไม่เปลี่ยนเป็น 12/12 นี่คือเวลาที่ปลูกต้นใหญ่ขึ้นหรือตกแต่งทรงตามชอบใจ
| ความสูงต้น: | 9-20" (23-51 ซม.) | ความชื้น: | 18-28% |
|---|---|---|---|
| ระยะห่างโคมไฟ: | 48" (122 ซม.) | รดน้ำ/วัน: | 0.07-0.25 แกลลอน (0.38-1 ลิตร) |
| อุณหภูมิกลางวัน: | 86°F (30°C) | pH: | 6.4-6.5 |
| อุณหภูมิกลางคืน: | 74°F (23°C) | TDS: | 300-900 ppm |
ตลอดสัปดาห์ 5-6 คนปลูกฝึกต้น Pineapple Chunk อย่างหนัก เริ่มจาก ตัดใบใหญ่ เหลือเฉพาะใบพัดบนสุดสองใบ แล้วปล่อยให้ฟื้นตัว แล้วทำ topping เพื่อลดความโตแนวตั้งแล้วกระตุ้นกิ่งข้าง
เมื่อกิ่งข้างยาวพอ ก็ผูกให้ขนานแนวราบทรงเข็มทิศ และตัดกิ่งล่างสุดสองกิ่งที่มักอ่อนแรงทิ้ง ตลอดจน เก็บยอดข้าง เหลือแค่ยอดบนสุด รูปแบบนี้คล้าย mainlining เพื่อสร้างยอดดอกขนาดเสมอกันหลายยอด

มีการโต้เถียงว่า ฝึกต้นแบบ high-stress เยอะ ๆ จะดีจริงไหม ถ้าทำคุณจะได้ต้นที่ออกดอกทั้งหมดอยู่ระดับเดียวกันเลย (แสงเข้าถึงทุกจุด) แต่ระยะวีจีจะยาวมาก การเด็ดใบก็เช่นกัน แม้จะเด็ดมากต้นก็กลับมาใบหนาอีกเหมือนเดิม ราวกับจะบอกว่าต้องการใบ!

ไม่ว่ากัน คนปลูกมีภาพที่อยากเห็นจึงฟิตเต็มที่ รดน้ำ+ให้ปุ๋ย 6 วันครั้ง และหวังว่ารากจะโตจนต้องรดถี่ขึ้น(3-4วันต่อครั้ง)
เขายังใช้ปุ๋ยสูตรวีจี(ไนโตรเจนเด่น)ต่อ แม้เข้าสัปดาห์ 12/12 เพื่อให้น้ำ N เพียงพอต้นยืดในช่วงต้นออกดอก โดยใช้ชุดของ Remo Nutrients:

6. ช่วงเปลี่ยน(ก่อนออกดอก) | สัปดาห์ 10-11
เมื่อเปลี่ยนแสงเป็น 12 ชม. สว่าง/มืด ต้นยังไม่ออกดอกทันที โดยปกติต้องใช้เวลาอาทิตย์นึงในการเปลี่ยน สำหรับสายพันธุ์ Sativa อาจใช้ 2 อาทิตย์ขึ้น
แต่ถ้านานแล้วยังไม่ออกดอก ตรวจดูว่ามีแสงรั่วเข้าตอนดึกมั้ย แสงรั่ว/เปิดไฟแม้แค่เสี้ยววินาทีจะรบกวนระยะออกดอก (autoflower จะไม่มีปัญหานี้)
| ความสูงต้น: | 20-28" (51-71 ซม.) | ความชื้น: | 28-38% |
|---|---|---|---|
| ระยะห่างโคมไฟ: | 48" (122 ซม.) | รดน้ำ/วัน: | 0.33 แกลลอน (1.25 ลิตร) |
| อุณหภูมิกลางวัน: | 86↘78°F (30↘26°C) | pH: | 6.5 |
| อุณหภูมิกลางคืน: | 74°F (23°C) | TDS: | 900 ppm |
ระยะเปลี่ยนไปออกดอก Pineapple Chunk แตกใบฟูมาก เพราะคนปลูกไม่อยากเครียดต้นโดยเฉพาะจุดเปลี่ยนสำคัญนี้ มีกิ่งหลายกิ่ง กิ่งหลัก 3 กิ่ง อีกกิ่งเล็กกว่า
หมายเหตุ: ถ้า mainlining ตามตำรา กิ่งทั้งหมดจะเท่ากันเป๊ะ เพราะเริ่มจากกิ่งคู่เดียวกัน
นอกจากเห็นสัญญาณระยะ pre-flower เช่น ข้อสลับ/ขนอ่อนที่ข้อ Pineapple Chunk เริ่มแทงเกสรที่ยอด เริ่มยืดลำต้นบ้าง และเริ่มเด็ดใบใหญ่บนสุดที่บังยอดอ่อนทุกวันแต่ต้นก็ยังฟู ใบกว้างของ Indica บางต้นจะค่อย ๆ แคบลงแต่ Pineapple Chunk ต้นนี้ไม่ลดเลย

สัปดาห์ที่ 2 หลังเปลี่ยน 12/12 ดอกเริ่มเข้ารูป คนปลูกเปลี่ยนสูตรอาหารสำหรับออกดอกตามนี้:

7. ช่วงดอกต้น (Early Flower) | สัปดาห์ 12-13
ในระยะดอกต้น เตรียมรับมือ การยืดกิ่ง ที่อาจจะเซอร์ไพรส์มือใหม่ หลายคนคิดว่ากัญชาหยุดโตเมื่อหมดวีจี แต่จริง ๆ หลัง 12/12 พืชสามารถสูงกว่าตัวเองสองเท่า ถ้าออกดอกช้าเกิน ต้นจะสูงเกินไปและควบคุมยาก
| ความสูงต้น: | 32-35" (81-89 ซม.) | ความชื้น: | 38% |
|---|---|---|---|
| ระยะห่างโคมไฟ: | 48" (122 ซม.) | รดน้ำ/วัน: | 0.33 แกลลอน (1.25 ลิตร) |
| อุณหภูมิกลางวัน: | 78°F (26°C) | pH: | 6.5 |
| อุณหภูมิกลางคืน: | 74°F (23°C) | TDS: | 900 ppm |
Pineapple Express ต้นนี้ การยืดชะงักที่สัปดาห์ที่ 4 ของการออกดอกที่ความสูง 35 นิ้ว (89 ซม.) ในต้นที่ปลูกในร่มถือว่าสูงและจะบังยอดล่าง ควรตัดยอดล่างและใบใหญ่ทิ้งเพื่อให้แสงเข้าถึง เรียกว่า lollipopping นอกจากนี้ยังตัดใบพัดใหญ่เพิ่มแสงให้ใบล่าง

ดังที่เห็นในภาพ Pineapple Chunk สวยและสุขภาพดีดีมาก ในช่วงนี้ไม่ต้องทำอะไรเยอะ ปล่อยต้นไว้—ไม่ฝึก/ไม่ตัดใบแล้ว แค่ให้ปุ๋ยรดน้ำเป็นประจำ คนปลูกแค่เลือกเริ่มลด Cal-Mag เพราะคิดว่าถึงจุดนี้แล้วต้นไม่ต้องการมาก (แต่ใน coco ขาด Ca/Mg ง่ายควรระวัง!)
8. ช่วงกลางดอก (Bulk Phase) | สัปดาห์ 14-16
เมื่อดอกเริ่มขยายใหญ่ จะเสี่ยง เชื้อรา และ bud rot ได้ง่ายโดยเฉพาะถ้าระบายอากาศไม่ดีหรือใบแน่นมาก หรืออุณหภูมิกลางวัน-คืนต่างกันเกิน 10 องศา (เสี่ยงน้ำค้าง) ปัจจัยหลักคือต้องไม่ชื้นเกินไป
ในการปลูกนี้ RH ค่อนข้างต่ำช่วงแรกแต่เหมาะสมสุดในช่วงออกดอก
| ความสูงต้น: | 35" (89 ซม.) | ความชื้น: | 38% |
|---|---|---|---|
| ระยะห่างโคมไฟ: | 48" (122 ซม.) | รดน้ำ/วัน: | 0.33 แกลลอน (1.25 ลิตร) |
| อุณหภูมิกลางวัน: | 78°F (26°C) | pH: | 6.5 |
| อุณหภูมิกลางคืน: | 74°F (23°C) | TDS: | 900 ppm |
ช่วงนี้ต้นกัญชายังต้องการอาหารเยอะ หลายคนเพิ่ม/คงปริมาณอาหารแล้วค่อย ล้างสารตกค้าง ด้วยน้ำเปล่าหรือสูตร flushing 1-2 อาทิตย์ก่อนตัดเก็บ แต่คนปลูกรายนี้เลือกลด MaginifiCal ตามด้วยลดอาหารอื่นทั้งหมด แล้วให้น้ำเปล่าตามปกติใน 2 สัปดาห์สุดท้าย เช่นนี้ก็ล้างสารตกค้างได้เช่นกัน
ช่วงนี้ไม่มีอะไรพิเศษ ดอกจะอ้วนขยายปิดช่องว่างระหว่างข้อ กลีบเกสรเปลี่ยนสีเขียวขาวเป็นส้มแห้งลง เป็นสัญญาณว่าใกล้เก็บเกี่ยวแล้ว ควรส่องไตรโคมด้วยกล้องขยาย

9. การสุกและการเก็บเกี่ยว | สัปดาห์ 17-18
1-2 สัปดาห์สุดท้ายของวงจรชีวิตต้นกัญชา คือการกำจัดเกลือสะสมในดิน/เนื้อเยื่อ และเตรียมเก็บเกี่ยวในเวลาที่เหมาะสมที่สุด
| ความสูงต้น: | 35" (89 ซม.) | ความชื้น: | 38% |
|---|---|---|---|
| ระยะห่างโคมไฟ: | 48" (122 ซม.) | รดน้ำ/วัน: | 0.33 แกลลอน (1.25 ลิตร) |
| อุณหภูมิกลางวัน: | 78°F (26°C) | pH: | 6.8 |
| อุณหภูมิกลางคืน: | 74°F (23°C) | TDS: | 300 ppm |
สัปดาห์ที่ 8 ของระยะออกดอก คนปลูกเริ่มตรวจไตรโคมด้วยกล้องขยายเคลื่อนที่ เคล็ดคืออย่าพลาดช่วงที่เหมาะสุดและควรล้างสารตกค้างให้หมดช่วงดอกกำลังคุณภาพสูงสุด เมื่อไตรโคมส่วนใหญ่ขุ่นและยังเห็นใสๆบ้าง ควรเริ่มล้างราก
ปลูกดินควรล้าง 2 สัปดาห์เพื่อคุณภาพผลผลิตสูงสุด ปลูก coco/hydro พอแค่ 1 สัปดาห์ ควรเริ่มหลังไตรโคมขุ่นและเห็นสีอำพันขึ้น อำพันแปลว่า THC เริ่มเสื่อมเป็น CBN ฤทธิ์ออกแนวผ่อนคลายมากขึ้น
อีกอย่างที่เกิดช่วงนี้คือใบซีด (fade) ชัดเจน ปลูกนี้คนปลูกหยุดให้ calcium/magnesium ไวกว่าปกติ ขาด Mg ใบพัดช่วงล่างเหลือง ขาด Ca ใบมีจุด/บิด คุณจะเห็นในภาพด้านล่างนี้

ถ้าใบพัดหลายใบ กำจัดออกก่อนตัดต้น (pre-harvest defoliation) จะช่วยให้ตัดแต่งง่ายขึ้น ช่วงนี้เด็ดใบไม่เสียหายอะไร คนปลูกงดการรดน้ำครั้งสุดท้าย ให้ Pineapple Chunk ดูดน้ำจนหมด 2 วันแล้วจึงตัดเก็บที่สัปดาห์ที่ 9 ของการออกดอก
10. ผลผลิตและ Smoke Report
คนปลูกยังไม่ถูกใจกับผลผลิต Pineapple Chunk เท่าไหร่ แต่ก็เก็บได้ 133 กรัม (4.69 ออนซ์) ดอกแห้งคุณภาพยอดเยี่ยม ถือว่าดีมากแม้ไม่สัมพันธ์กับระยะเวลาการปลูกที่ยาว คนปลูกคงเสียเวลาไปกับการ high-stress training และยืดวีจีเกินจำเป็น จริงๆ อาจได้ผลเท่าเดิมหากเลือกวิธีง่ายกว่าและลดช่วงวีจี

เจ้าของบรรยายรสชาติควันหวาน ดอกไม้ฉุน กลิ่นซิตรัส ฤทธิ์คล้าย Sativa ทำให้รู้สึกดี ผ่อนคลาย กระตุ้นความอยากอาหาร
ผมลองสูบไปนิดหน่อยแล้ว ถูกใจสูบสายนี้กับเอสเปรสโซ่ตอนเช้า
Quexos
11. สรุป
จากการรีวิวรอบนี้และรอบอื่น Pineapple Chunk คือสายพันธุ์ที่แข็งแรง ปลูกในร่มสุขภาพดี ให้ผลผลิตสูงโดยไม่ต้องยืดยาวมากและออกดอกเร็ว กิ่งแข็งแรงพอรับดอกหนักช่วงปลายและทนไฟแรง
caylx-to-leaf ratio ของฟีโนนี้ไม่ดีนักจึงต้องตัดแต่งเยอะ แม้จะเด็ดใบออกก่อนตัดแล้ว แต่หลังแต่งแล้วดอกแน่น กลิ่นหอมแรงมาก องค์รวม Pineapple Chunk คือสาย photoperiod ชั้นเยี่ยมน่าจับตามอง ปลูกสนุกแน่นอน!
เอกสารอ้างอิงเพิ่มเติม
- Optimizing Photoperiod Switch to Maximize Floral Biomass and Cannabinoid Yield in Cannabis sativa L.: A Meta-Analytic Quantile Regression Approach, Frontiers in Plant Science, 10 มกราคม 2022
- An Update on Plant Photobiology and Implications for Cannabis Production, Frontiers in Plant Science, 29 มีนาคม 2019
Comments