4 เทคนิคการเทรนนิ่งยอดนิยมที่จะช่วยเพิ่มผลผลิตกัญชาออโต้
- 1. ทำไมต้องเทรนนิ่ง?
- 2. Low-stress training vs high-stress training
- 3. Lst
- 3. a. วิธีผูกกิ่ง (tie-down method)
- 3. b. Scrog
- 4. Hst
- 4. a. Topping
- 4. b. Fimming
- 5. เทคนิคอื่น ๆ เพิ่มผลผลิตของคุณ
- 5. a. การควบคุมสภาพแวดล้อม
- 5. b. รอบแสงและความเข้มแสง
- 5. c. บูสเตอร์และสารเสริม
- 5. d. ควบคุม ph ในน้ำรด
- 5. e. ขนาดกระถาง
- 5. f. ปลูกด้วยไฮโดรโปนิกส์
- 5. g. จับเวลาการเก็บเกี่ยวให้ถูก
- 5. h. ใช้ grow journal
- 6. สรุป
ชาวสวนกัญชาหลายคนลังเลที่จะเทรนนิ่งต้นกัญชาออโต้ของตน เพราะกลัวว่าจะทำให้ต้นชะลอการเจริญเติบโต โดยปกติแล้ว ออโต้จะเติบโตได้ดีโดยไม่ต้องเทรนนิ่ง แต่สำหรับใครที่ต้องการดึงศักยภาพจากแต่ละเมล็ดให้เต็มที่ ก็สามารถเพิ่มผลผลิตให้ดียิ่งขึ้นได้ด้วยเทคนิคการเทรนนิ่ง แต่ควรจำไว้ว่าจำเป็นต้องใช้เทคนิคในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ประโยชน์ ไม่อย่างนั้นอาจส่งผลตรงข้ามและลดผลผลิตแทน การเพิ่มผลผลิตของต้นออโต้โดยหลักแล้วคือการกระจายทรงพุ่มเพื่อให้แสงส่องถึงจุดออกดอก (flowering site) ได้มากขึ้น และเพิ่มการไหลเวียนของอากาศระหว่างดอก
ความกังวลเกี่ยวกับการเทรนนิ่งออโต้มีเหตุผลอยู่บ้าง การใช้วิธีที่มีความเครียดสูง (high-stress) อาจส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตและทำให้ผลผลิตต่ำลง แต่พันธุกรรมกัญชาออโต้ไม่เปราะบางอย่างที่หลายคนคิด; เพราะเดิมทีวิวัฒนาการมาจากสภาพอากาศที่โหดร้ายในไซบีเรียและภูมิภาคใกล้เคียง
อันที่จริง ต้นออโต้สามารถรับมือกับเทคนิคเทรนนิ่งบางแบบได้ดี และผู้ปลูกสามารถใช้เทคนิคเหล่านี้เพื่อปรับปรุงความสม่ำเสมอของดอก ทรงพุ่ม การไหลเวียนของอากาศ และเพิ่มประสิทธิผลของต้น ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการเลือกวิธีที่เหมาะสม เรียนรู้เทคนิคการเทรนนิ่งที่ดีที่สุดสำหรับต้นกัญชาออโต้ของคุณด้านล่างนี้
1. ทำไมต้องเทรนนิ่ง?
การเจริญเติบโตของพืชควบคุมโดยฮอร์โมนชื่อ ออกซิน ซึ่งมักจะมีความเข้มข้นที่ยอดต้น ทำให้กัญชาเติบโตสูงขึ้น ดังนั้นเทคนิคเหล่านี้จึงถูกใช้เพื่อกระตุ้นให้ต้นกัญชาเติบโตในแนวนอน เพิ่มจำนวนโคล่า (colа) ทำให้ต้นเติบโตสม่ำเสมอ และช่วยให้คุณปรับ ความสูง และ โครงสร้าง ของต้นกัญชาตามต้องการ
ไม่ว่าคุณจะปลูก 2 หรือ 20 ต้น การเทรนนิ่งจะให้ประโยชน์กับสวนคุณหลายอย่าง เช่น:
- ดอกหนาแน่นขึ้น
- อาจเพิ่มการผลิตเรซิน
- ผลผลิตมากขึ้น
- อากาศถ่ายเทดีขึ้น ลดโอกาสเกิดเชื้อรา
เทคนิคเทรนนิ่งหลัก ๆ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Low-stress training (LST) กับ High-stress training (HST) ทั้งสองให้ผลใกล้เคียงกัน แต่ HST จะเน้นการบาดเจ็บ (mutilate) ต้น ส่วน LST จะไม่เป็นอันตรายต่อกัญชา จุดประสงค์หลักคือทำให้เรือนยอดเสมอกัน แยกกิ่งเพื่อให้ แสง เข้าถึงจุดออกดอกทุกจุดพอดี และให้อากาศไหลผ่านระหว่างดอก
2. Low-Stress Training vs High-Stress Training
ทั้ง LST และ HST จะให้ผลลัพธ์คล้ายกันหากทำได้ถูกต้อง แต่คุณควรเลือกตามประเภทของต้นกัญชาที่ปลูก ว่าเป็น photoperiod หรือออโต้ สำหรับออโต้นั้นจะออกดอกอัตโนมัติไม่ว่ารอบแสงจะเป็นอย่างไร จึงควบคุมเฟสการเจริญเติบโตไม่ได้ ต่างจาก photoperiod ที่จะอยู๋ในเฟส vegetative ได้ตราบใดที่เปิดแสง 18/6 และจะออกดอกเมื่อเปลี่ยนเป็น 12/12

อาจดูไม่ต่าง แต่ HST (high-stress training) จะสร้างความเครียดต่อต้นมาก และกับการปลูกออโต้ควรหลีกเลี่ยงความเครียด เพราะต้นจะต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว ซึ่งสำหรับออโต้ที่มีเวลาชีวิตจำกัด อาจโตไม่ทันและได้ผลผลิตน้อยลง คิดดูสิ ความเครียดหลายประเภทสามารถเปลี่ยนแปลงการเจริญเติบโตของต้น ไม่ว่าจะระยะสั้นหรือยาว ต้นกล้ารับมือกับเชื้อโรคและแมลงได้ แต่การบิด/หักลำต้นเป็นความท้าทายที่ต่างออกไป
HST แม้จะให้ผลดี แต่ต้นใช้เวลาฟื้นตัวนาน โดยเฉพาะ photoperiod ที่ veg นานจึงฟื้นกลับมาได้ไวโดยเฉพาะในร่ม แต่สำหรับออโต้ที่โตไวและปรับรอบแสง vegetative ไม่ได้ ช่วงเวลาที่ใช้ฟื้นตัวจาก HST จะกระทบผลผลิตอย่างมีนัยสำคัญ
แม้จะทำ HST กับออโต้ได้ แต่ควรจัดสภาพแวดล้อมให้ดีที่สุดเพื่อให้ต้นฟื้นตัวไวและไม่เกิดผลเสีย หากคุณเป็นมือใหม่หรือปลูกในสภาวะไม่เหมาะสม แนะนำให้ใช้ LST ก่อน เราแนะนำมือใหม่ให้เริ่มต้นด้วย LST เพราะต้นจะ ฟื้นตัวไว แม้จะอยู่ในสภาวะที่ไม่สมบูรณ์เพราะไม่ทำให้ต้นเครียดมาก เพียงแต่อย่าลืมลองปรับใช้และหาข้อสรุปด้วยตัวเอง แต่ถ้าคุณเพิ่งเริ่มและไม่อยากเสี่ยงกับการเก็บเกี่ยว ให้เริ่มจาก LST และค่อย ๆ พัฒนาไป
3. LST
LST ย่อมาจาก Low-Stress Training คือวิธีการสร้างความเครียดต่อพืชให้น้อยที่สุด เพื่อกระตุ้นให้เกิดดอกเพิ่มขึ้น ช่วยลดความสูงของต้น ถ้าต้นมีแนวโน้มสูงมาก ในทางหนึ่ง นอกจากเพิ่มผลผลิตแล้ว ยังช่วยลดพื้นที่แนวตั้งที่ต้องใช้ ตรงข้ามกับ HST ที่ต้องใช้วิธีบาดเจ็บต้น LST คือแค่เปลี่ยนทิศทางการเติบโตของกิ่งอย่างอ่อนโยน เช่น การมัดยอดให้ขนานกับดิน ส่งผลให้กิ่งอื่น ๆ โค้งขึ้นสู่แสง สร้าง mainstem ได้หลายจุด
ผู้ปลูกจะมัดกิ่งในแนวตั้งอื่น ๆ ลงเพิ่มเพื่อสร้างยอดเพิ่มเติม ผลลัพธ์คือ เรือนยอดที่สวยและหนาทึบซึ่งเปิดรับแสงได้แทบทุกจุด เทียบกับการมี cola เดียวตรงกลางที่ล้อมด้วยดอกขนาดเล็ก LST จะทำให้ได้ดอกใหญ่และขนาดใกล้เคียงกันทั่วต้น เพิ่มผลผลิต LST ดีกว่าเทคนิคอื่นเพราะ ไม่ทำให้ต้นเครียดมาก กับออโต้ควรเทรนนิ่งน้อย เพราะถ้าหนักเกินไปจะชะงักเติบโตด้วยรอบชีวิตที่จำกัด หากเทรนผิดช่วงจะไม่มีเวลาฟื้นตัว ดังนั้นควรเสี่ยงให้น้อยลงและทำตามแผน

ผู้ปลูกหลายคนทำ LST โดยที่ไม่ทราบเนื้อแท้ แนะนำให้เข้าใจวิธีก่อนดีกว่าลองสุ่มทำ ต้นกัญชาจะสร้างใบมากที่สุดเท่าที่ทำได้ พอเริ่มออกดอกจุดมุ่งหมายคือนำพลังงานไปสร้างดอกมาก ๆ โดยปกติออโต้จะมี main stem หรือโคล่าหลักที่มีดอกมากที่สุด พลังงานทั้งหมดจะไปอยู่ที่หลักนี้เพราะแสงตกลงที่จุดนี้ จึงสร้างดอกและลำต้นที่แข็งแรงมาก ที่โคล่าหลักสามารถผลิต เมล็ด ได้มากที่สุด

ทั้งหมดนี้เกิดจากฮอร์โมนที่เรียกว่า ออกซิน ที่ต้นผลิตขึ้น โดยส่วนใหญ่ออกซินจะกระจุกอยู่ที่โคล่าหลักซึ่งอยู่ใกล้กับแสงมากที่สุด ตอนบริเวณที่มีแสงมากพืชจะโตเร็ว ในขณะที่ชั้นล่างได้รับแสงน้อยจึงให้ดอกน้อยกว่า LST ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้ โดยต้องการให้ต้นได้รับแสงมากขึ้น
วิธีผูกกิ่ง (tie-down method)
LST ทำโดยการค่อย ๆ ดัดโคล่าหลักให้งอโค้งไปด้านข้าง แล้วใช้ลวดหรือเคเบิลไทร์ผูกกับกระถาง ทำกับโคล่าอื่นได้ด้วย เพื่อให้โคล่าทุกอันอยู่ที่ความสูงเดียวกันและได้รับแสงเท่า ๆ กัน ออกซินก็จะผลิตอย่างสม่ำเสมอ ทุกกิ่งใกล้แสงจะมีดอกมากขึ้น ส่วนล่างที่เคยแสงน้อยพอได้รับแสงก็จะสร้างดอกดีขึ้น ดังนั้นจึงได้ดอกเพิ่มขึ้นทั้งต้น

เริ่ม LST วันที่ 21 แล้ว lollipop เพื่อให้ mainline เหลือ 5 nodes! โตสวยมาก! ช่วงดอกกลางลองให้น้ำเปล่าดูรอบหนึ่ง... สุดท้ายเธอต้องการปุ๋ยอย่างเห็นได้ชัด ;) -Basementganja
อธิบายง่าย ๆ คือคุณกำลังหลอกให้ต้นคิดว่ากิ่งรองทั้งหลายคือ main cola ทั้งหมด พอแบบนี้ต้นจะเร่งสร้างกิ่งใหม่เพื่อความอยู่รอด ในธรรมชาติต้นที่สูงกว่ามักได้รับเกสร และต้นจะพยายามดันกิ่งให้สูงขึ้น LST สามารถทำได้ทั้งในร่มและกลางแจ้ง แต่ต้นในร่มจะได้ประโยชน์มากกว่า กลางแจ้งมีพื้นที่เยอะอยู่แล้วแต่มักมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ในร่ม การทำ LST ช่วยประหยัดพื้นที่ด้วย การลดความสูงของต้น
เทคนิคนี้เป็นตัวเลือกที่ง่ายสำหรับชาวสวนที่อยากปรับรูปร่างพืชให้ได้ผลลัพธ์ดีขึ้น แม้ง่ายแต่ก็ต้องใส่ใจเรื่องวัสดุที่ใช้มัดกิ่ง เพราะต้นกัญชาค่อนข้างแข็งแรงแต่เชือกหยาบ/ลวดแหลมอาจทำให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บ ควรใช้สายมัดนิ่มๆ ที่ออกแบบมาสำหรับฝึกต้นไม้ และอย่าผูกแน่นเกินไปจนกิ่งโดนรัด!
ตำแหน่งกิ่งเหล่านี้สำคัญเพราะให้การรองรับโครงสร้างและลำเลียงอาหาร/น้ำ กิ่งจะโตต่อไปเรื่อย ๆ จึงควรทำให้เหลือช่องหลวม ๆ หรือใช้ตะขอเกี่ยวไว้เพื่อให้ลำต้นขยายได้ไม่สะดุด
SCROG
ScrOG ย่อมาจาก Screen of Green คือการใช้ตะแกรงวางเหนือพืช เทคนิคนี้มักใช้กับต้น photoperiod ซึ่งจะฝึกให้ต้นลอดเข้าไปในตะแกรงและแผ่ออกช่วง ระยะเจริญเติบโต แต่สำหรับออโต้ที่มีรอบชีพสั้น ScrOG จะค่อนข้างยาก
ในการทำ ScrOG ต้องใช้ ตะแกรง ที่ช่องใหญ่พอให้กิ่งลอดไปได้ คุณอาจวางตะแกรงก่อนย้ายต้นหรือรอให้ต้นโตแล้วนำตะแกรงวางใหม่ก็ได้ เมื่อต้นโตและเริ่มลอดไปใต้ตะแกรงให้ใช้มือจับโคล่าหลักค่อย ๆ ดัดต่ำกว่าตะแกรง ทำให้โคล่าเติบโตแนวนอนชั่วคราว จากนั้นโคล่าจะมองหาทางเติบโตขึ้นเบียดแสงอีก ถ้าออกยอดใหม่ก็เอาโคล่าลอดตะแกรงซ้ำไปเรื่อย ๆ

ทำเช่นนี้กับหลายโคล่าตามต้องการ เป้าหมายหลักคือดัดให้กิ่งเติบโตในแนวนอนแทนแนวตั้ง สักพักยอดจะหยุดขึ้นสูงและสามารถหยุด scrogging ได้ ทำ ScrOG ทุกวันเพื่อผลลัพธ์ดีที่สุด
หากขยันเทรนนิ่งตามแผนจะเห็นตะแกรงเต็มไปด้วยโคล่า จึงเรียกเทคนิคนี้ว่า Screen of Green ข้อดีหลักคือเพิ่มผลผลิต สายพันธุ์อย่าง Strawberry Pie Auto และ Gorilla Cookies Auto ใช้เทคนิคเหล่านี้แล้วได้ผลดีมาก
แต่ ScrOG ต้องการประสบการณ์ ลองกับต้นไม่กี่ต้นจนชำนาญจะดีที่สุด เมื่อเข้าใจหลักการแล้วจะสังเกตได้ว่าทุกส่วนต้นได้รับแสงมากขึ้น และแสงมากก็นำไปสู่ดอกมาก ไม่ว่าคุณจะเลือกเทคนิคใด ควรศึกษาวิธีให้ถ่องแท้ก่อนเทรนนิ่ง ลองและฝึกฝนจนมั่นใจ
4. HST
High-stress training คือวิธีเทรนนิ่งที่บาดเจ็บต้นกัญชา โดยปกติใช้กับการปลูกกลางแจ้งเพราะทำง่ายกว่า LST ที่ต้องค่อย ๆ ทำเพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้ต้นเครียด การบาดเจ็บต้นในลักษณะที่ถูกต้องจะกระตุ้นให้ดอกหนาแน่น ปริมาณ และ เรซิน เพิ่ม ผลผลิตและคุณภาพดีขึ้น
Topping
โดยทั่วไป จะไม่แนะนำให้ topping ต้นออโต้เพราะหลายคนเชื่อว่าทำให้ต้นเติบโตน้อยลง แต่จริง ๆ แล้วออโต้ไม่ได้เปราะบางอย่างที่คิด ถ้าคุณไม่ใช่มือใหม่โดยสิ้นเชิง สามารถทำ topping เพื่อเพิ่มจำนวนดอกได้ Topping คืออะไร? ก็คือ การตัดปลายยอดของลำต้นหลัก เพื่อสร้างโคล่าเพิ่ม พอระบุตำแหน่ง main stem ได้ ให้ใช้กรรไกรสะอาดตัดปลายยอด

โตยอดเยี่ยม! ตัดเหนือ node ที่สอง แล้ว Mainline ให้มี 6 nodes หลักด้วย lollipopping เทรนด้วย LST จนถึงดอกสัปดาห์ที่ 2 -Basementganja
สำคัญต้องใช้กรรไกรสะอาดเพราะคุณไม่ต้องการติดโรค ควรฆ่าเชื้อกรรไกร/มีดทุกครั้ง ไม่อย่างนั้นต้นดี ๆ อาจตายเพราะพลาด Topping คือ High-Stress Training ที่ทำให้ต้นเครียดมากกว่า LST เลยมีคนหลีกเลี่ยง แต่ทำแล้วได้ดอกเพิ่มแน่นอน เมื่อคุณตัดปลายยอดแล้ว ชั้นล่างได้รับแสงเพิ่ม เลยมีดอกเพิ่ม ผลผลิตก็สูงขึ้นอัตโนมัติ

สามารถ topping โคล่ารองเพิ่มเติมเพื่อให้ต้นสร้างดอกมากขึ้นด้วย เมื่อโตตามธรรมชาติจะมีไม่กี่โคล่า แต่เมื่อตัดยอด โคล่าเพิ่มจำนวน คุณก็ได้ดอกมากขึ้น
พูดง่าย ๆ คือทำให้ต้นเครียดเพื่อให้สร้างดอกเพิ่ม และต้นก็จะตอบสนอง สำคัญมากต้องรู้จังหวะ ถ้า photoperiod จะ topping ในระยะ vegetative (โตทางลำต้น) เช่นเดียวกับออโต้ถ้าจะ topping ต้องทำตอนเติบโต ถ้าติดดอก (preflower) แล้วให้หยุด topping เพราะเลยช่วงฝึกแล้ว พยายาม topping ภายใน 20 วันแรก เพื่อให้ต้นมีเวลาฟื้นตัวและผลิตดอกได้ดี
FIMming
FIM มาจาก Fuck, I Missed วิธีนี้เกิดจากนักปลูกที่ตั้งใจ topping แล้วตัดพลาด ปรากฏว่าผลลัพธ์ดีกว่าที่คิด เพราะต้นที่ไม่ได้ตัดยอดหมด ได้โคล่าหลายอันแทนที่จะเป็นสอง
ตั้งแต่นั้นมามีคนทดลอง FIMming และได้ผลดี เทคนิคนี้คล้าย topping แต่แทนที่จะตัดโคล่าหลักทั้งกิ่ง จะหยิกปลายยอดให้เหลือบางส่วนอยู่

Topping จะได้ 2 โคล่า แต่ FIM จะได้มากกว่า เพราะหยิกปลายยอดเฉียงทำให้เกิดกิ่งขึ้นมาไม่ใช่สองแต่สี่ หรือบางครั้งก็หก เนื่องจากชี้ทางออกซินไปยังส่วนอื่นด้วย
FIMming สร้างความเครียดน้อยกว่า topping เพราะยังเหลือปลายยอดเล็กน้อยหลังหยิก ต้นออโต้จะ ฟื้นตัวเร็วกว่า แล้วเติบโตตามปกติอีกครั้ง อย่าลืมว่า FIM หรือตัดได้เฉพาะตอนต้นยังไม่ติดดอก หากเห็นดอกแล้วไม่ควร FIM เพราะจะลดผลผลิตแทน ถ้าเทียบกับ topping, FIMming จะได้ผลผลิตมากกว่า แต่ถ้าทำตอน ออกดอก จะได้ดอกน้อยลงมากแทน
5. เทคนิคอื่น ๆ เพิ่มผลผลิตของคุณ
เราได้พูดถึงเทคนิคการเทรนนิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเพิ่มทั้งดอกและเรซิน ของสายพันธุ์กัญชาออโต้ (และ photoperiod ก็ใช้ได้) แล้วยังมีอะไรอีกที่นักปลูกสามารถทำเพื่อเพิ่มน้ำหนักผลผลิตให้มากที่สุด? มีเทคนิคอีกมากมายที่ทำได้ในห้องปลูก เช่น ปรับปรุงสภาพแวดล้อม ควบคุมรอบแสง ใช้สารเสริมและบูสเตอร์ เพิ่มขนาดกระถาง เดฟออิเลชั่น เติม CO2 ใช้เทคนิคไฮโดรโปนิกส์ ปรับ pH น้ำรด เลือกเวลาเก็บเกี่ยวให้เหมาะสม หรือใช้ grow journal กัญชา
การควบคุมสภาพแวดล้อม
ความสามารถในการควบคุมสภาพแวดล้อมถือเป็นวิธีสร้างผลผลิตที่มีประสิทธิภาพที่สุด ถึงแม้กัญชาจะเติบโตได้หลากหลายสภาพ แต่จะให้ผลผลิตดีที่สุดในที่ที่ถูกดูแลและควบคุมอย่างต่อเนื่อง
สภาพแวดล้อมแบบไหนที่เหมาะที่สุดกับกัญชา?
โดยทั่วไป กัญชาชอบอากาศอบอุ่นและชื้นพอประมาณ นึกถึงหน้าร้อนแบบเมดิเตอร์เรเนียนจะตรงสุด สายพันธุ์บางสายอาจเจริญดีในอากาศเย็นหรือร้อนกว่าเล็กน้อย แต่โดยเฉลี่ยควรรักษาอุณหภูมิระหว่าง 18 ถึง 25 องศาเซลเซียส
ความชื้นสำคัญกว่าอุณหภูมิ กัญชาต้องการความชื้นสัมพัทธ์ 40-70% และจะเปลี่ยนแปลงตามเฟส โดยตอนเมล็ดเริ่มงอกชอบความชื้น 70% RH พอสามสัปดาห์ให้ลดลงเหลือ 55% ก่อนเก็บเกี่ยวควรต่ำกว่า 45% การระบายอากาศที่ดีเป็นกุญแจเช่นกัน การระบายอากาศไม่ดีทำให้หมุนเวียนอากาศน้อย ร้อนสะสม ส่งผลเสียต่อผลผลิตโดยตรง
รอบแสงและความเข้มแสง
รอบแสงคือปริมาณแสงกับความมืดในแต่ละ 24 ชั่วโมง ออโต้ปลูกง่ายเพราะปลูกตั้งแต่เมล็ดจนเก็บเกี่ยวโดยใช้ตารางแสงแบบไหนก็ได้ แต่เพื่อผลลัพธ์ดีที่สุด แนะนำให้ใช้ 18/6 หรือ 20/4 สำหรับรอบแสงสว่าง/มืด
แผน 18/6 คือแสง 18 ชม. มืด 6 ชม. มีคนเชื่อว่าเปิดไฟทั้งวันดีกว่า แต่เราพบว่าผลลัพธ์ไม่ต่างนักถ้าให้ต้นพักความมืดบ้าง ลงทุนในไฟปลูกที่ดีสุดเท่าที่ไหว เช่น LED ซึ่งประหยัดพลังงาน ให้แสงเข้มและส่องลึก แต่ปล่อยความร้อนน้อยกว่า HID ทำให้สิ่งแวดล้อมเย็นสำหรับต้น
บูสเตอร์และสารเสริม
ผลผลิตของคุณยังเพิ่มได้อีกด้วยการใช้บูสเตอร์และสารเสริมในน้ำรด สารอาหารเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อช่วยเพิ่มน้ำหนัก ดอก ความแรง รวมถึงการผลิต เทอร์ปีน มีให้เลือกหลายยี่ห้อ แต่ไม่ใช่ทุกตัวที่ดี แนะนำให้เลือกของค่ายใหญ่ ๆ เช่น Big Bud (Advanced Nutrients), Boost (CANNA), Bud Juice (Simply Hydroponics) ซึ่งนักปลูกทั่วโลกใช้ได้ผลดี
ควบคุม pH ในน้ำรด
ปัจจัยสำคัญมากคือต้อง ควบคุม pH ในน้ำรด (ทั้งน้ำปุ๋ยและน้ำล้าง) ไม่เพียงสำคัญต่อสุขภาพต้น แต่ยังส่งผลกับผลผลิตโดยตรง กัญชาชอบ pH 5.5 - 6.5 สำหรับ coco/hydro และ 6.0 - 7.0 สำหรับดิน ระบบรากต้องอยู่ในช่วง pH ที่เหมาะสมเพื่อดูดซึมแมโครและ ไมโครนิวเทรียนท์ ได้เต็มที่ ไม่อย่างนั้นผลผลิตจะลดลง
ขนาดกระถาง
เรื่องที่มือใหม่มักมองข้ามคือขนาดกระถาง ควรเลือกขนาดที่พอเหมาะกับสายพันธุ์ออโต้ เพราะถ้าต้องย้ายกระถางออโต้จะไม่มีเวลาให้ฟื้นตัว ทำไม? ง่าย ๆ เพราะออโต้ไม่มีเวลาสำรองให้ฟื้นตัวจากความชะงักที่เกิดกับราก การให้รากมีพื้นที่พอสมควรสำคัญมาก ถ้าอยากได้ผลผลิตเต็มที่ สำหรับออโต้ส่วนใหญ่อย่างน้อย 3 แกลลอน (ประมาณ 12 ลิตร) กำลังดี
ปลูกด้วยไฮโดรโปนิกส์
เพิ่มผลผลิตและความแรงได้มากโดยเปลี่ยนมาใช้ระบบไฮโดรโปนิกส์ ไฮโดรโปนิกส์ควบคุมโซนรากและสารอาหารได้เหนือชั้น ทำให้ดูแลสภาพเหมาะสมได้ลื่นไหล ผลผลิตเพิ่มขึ้นสูงทีเดียว บางสายพันธุ์เพิ่มผลผลิตถึง 25% เมื่อเทียบกับปลูกดิน ข้อเสียคือความหอมลึกซึ้งของดินอินทรีย์สู้อินทรีย์ไม่ได้
จับเวลาการเก็บเกี่ยวให้ถูก
น่าแปลกใจว่าทิ้งให้ปลูกเพิ่มอีกแค่ไม่กี่วัน สามารถเพิ่มผลผลิตได้มาก โดยเฉพาะถ้าตัดต้นออกเร็วกว่ากำหนด เช่นสายพันธุ์ที่ออกดอกเฉลี่ย 6 สัปดาห์ ถ้าตัดเร็วกว่า 5 วัน ผลผลิตอาจลดลง 20-30% เจ็บตัวหนักแน่ ดังนั้นควรรอจนต้นถึงศักยภาพสูงสุดก่อนเก็บเกี่ยว
ใช้ Grow Journal
การปลูกกัญชาสุดยอดไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่หากอยากเพิ่มโอกาสสำเร็จ ให้บันทึก grow journal Grow journal จะช่วยจดบันทึกการปลูก ผลผลิต และประสิทธิภาพแต่ละต้น ยังเปรียบเทียบสูตรปลูก เทคนิค และสารอาหารได้ว่าสิ่งไหนเหมาะกับคุณที่สุด
6. สรุป
โอกาสในการเพิ่มผลผลิตมีอยู่เสมอ แม้คุณจะปลูกเมล็ดพันธุ์ดีที่สุดในท้องตลาด หากคุณใช้เทคนิคเหล่านี้หรือวิธีการอื่น ๆ กับต้นกัญชาของคุณ แบ่งปันประสบการณ์กับเพื่อนชาวสวนในกล่องคอมเมนต์ด้านล่างเลย!
ความคิดเห็น