วิธีป้องกันและรักษาอาการไหม้แสงของกัญชา
- 1. วิธีสังเกตอาการไหม้แสง
- 1. a. ดอกกัญชาซีด
- 1. b. ใบเหลือง
- 2. การจัดวางไฟ
- 3. อาการไหม้แสงคืออะไร?
- 4. วิธีสังเกตอาการไหม้แสง?
- 5. วิธีป้องกันไหม้แสง?
- 5. a. ใช้เครื่องวัดแสง (lux meter)
- 5. b. แล้วค่า ppfd สำหรับออโต้ล่ะ?
- 5. c. Dli (daily light integral)
- 5. d. การฝึกงอแบบเครียดต่ำ (low-stress training)
- 5. e. เทคนิค tie-down
- 5. f. Scrog
- 6. การฟื้นฟูอาการไหม้แสงกัญชา
- 7. ปัจจัยที่มีผลต่อไหม้แสง
- 8. สรุป
อาการไหม้แสง หรือเรียกว่า light bleaching เป็นปัญหาใหญ่ถ้าคุณมีห้องที่เต็มไปด้วยต้นกัญชา แสงถือเป็นอาหารของต้นไม้ แต่ก็อาจเป็นปัญหาได้ถ้าได้รับเกินพอดี ลองนึกดูว่ามนุษย์ต้องการอาหารเพื่อพลังงานแต่ถ้ากินมากเกินไปล่ะ? ใช่แล้ว คุณจะเจอปัญหาหลายอย่าง ตั้งแต่อ้วนจนถึงเบาหวาน เช่นเดียวกัน ต้นกัญชาใช้แสงเป็นอาหาร หากติดตั้งไฟมากเกินไปหรือแขวนไฟไว้ใกล้ต้นไม้เกิน ก็อาจทำให้ต้นกัญชาของคุณซีดขาวได้
ก่อนจะไปต่อ ควรทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างอาการไหม้แสงกับความเครียดจากแสง ตามชื่อเลย ไหม้แสงคือเนื้อเยื่อของต้นไม้ได้รับความเสียหายโดยตรงจากความร้อนที่ออกมาจากแหล่งกำเนิดแสง บางหลอดไฟเช่น LED สร้างความร้อนไม่มาก แต่หลอดไฟประเภทอื่นๆ สามารถให้ความร้อนเพียงพอจะเผาใบไม้ได้หากอยู่ใกล้กันเกินไป ในทางกลับกัน ความเครียดจากแสง (อีกอาการที่ทำให้ประสิทธิภาพและผลผลิตลดลง) จะมาจากการได้รับแสงมากเกินไปโดยที่ความร้อนไม่ได้เป็นปัจจัยหลัก
ในเชิงเทคนิคแล้ว เมล็ดกัญชาเฟมินไทซ์ (feminized seeds) ก็ไม่สามารถได้รับแสงมากเกินไปได้ อย่างไรก็ตาม ต้นไม้ไม่สังเคราะห์แสงฟรี! เพื่อแปลงแสงเป็นน้ำตาลจำเป็น ต้นไม้ต้องอาศัยน้ำและคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพียงพอด้วย เมื่อต้นไม้ได้รับแสงมาก พวกมันจึงต้องการทั้งน้ำ คาร์บอนไดออกไซด์ และสารอาหารมากขึ้นเช่นกัน นี่คือเหตุผลที่บางคนเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ในห้องปลูก แสงที่แรงทำให้ต้นไม้โตไวและต้องการธาตุอาหารหลักและรองมากขึ้นด้วย ถ้าผู้ปลูกให้ต้นไม้รับแสงที่แรงแต่ไม่ได้เพิ่มน้ำ คาร์บอนไดออกไซด์ และสารอาหาร ต้นไม้ก็จะเกิดอาการเครียดจากแสง อาการต่างๆ ได้แก่ ใบเหลือง ใบไหม้ ตอนนี้คุณก็ทราบข้อแตกต่างระหว่างความเครียดจากแสงกับไหม้แสงแล้ว ดังนั้นเรามาเรียนรู้เรื่องไหม้แสงกันเถอะ! ถ้าคุณเห็นว่าต้นไม้ของคุณเริ่มมีปัญหาในปี 2026 อ่านต่อเพื่อดูวิธีป้องกันและรักษาต้นกัญชาไม่ให้ไหม้แสง
1. วิธีสังเกตอาการไหม้แสง
อาการไหม้แสงค่อนข้างดูออกได้ง่าย เพราะอาการจะปรากฏชัดเจน อาการที่พบได้บ่อยที่สุดสำหรับอาการไหม้แสงคือจุดสีเหลือง/ขาวบนยอดดอกด้านบน
แต่ยังมีสัญญาณอื่นๆ ให้จับตามอง การเรียนรู้วิธีสังเกตอาการต่างๆ จะช่วยให้คุณเป็นชาวสวนที่เก่งขึ้น ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มหรือเป็นมือเก๋าประสบการณ์สูง การรู้ว่าควรสังเกตอะไรจะช่วยให้คุณแยกปัญหาได้เร็ว รวมถึงอาการของโรคและแมลงและการขาดธาตุอาหารต่างๆ เมื่อคุณรู้ลักษณะอาการแล้ว คุณจะรู้ว่าควรจัดการกับต้นโปรดของคุณอย่างไร
อาการเดียวกันก็ใช้กับอาการไหม้แสง อาการนี้มักจะแสดงให้เห็นชัดและเป็นสัญญาณว่าควรจัดระเบียบภายในห้องปลูกใหม่ หากสังเกตทันก็จะลดความเสียหายได้มาก ต้นไม้ก็จะมีโอกาสแข็งแรงและเก็บเกี่ยวได้ดีขึ้น ดังนั้นเรามาเข้าใจกันว่าทำไมมันจึงเกิดขึ้น
ดอกกัญชาซีด
อาการที่สังเกตได้ง่ายที่สุดอย่างหนึ่งคือดอกกัญชาซีดขาวหรือโดนเบิร์น โดยมักจะเกิดกับยอดด้านบนเมื่อไฟอยู่ใกล้ยอดเกินไป ทำให้ดอกดูขาวหรือเหมือนอัลบิโน แม้ว่าจะดูแปลกตา แต่มักทำให้ประสิทธิภาพและรสชาติของดอกกัญชาลดลง เพราะแสงที่เข้มข้นมากจะทำลายเทอร์ปีนและแคนนาบินอยด์ในดอกจนรสชาติอาจเหมือนฟางแห้งได้

อย่าลืมว่าไม่ใช่แค่แสง แต่ถ้าอุณหภูมิในห้องปลูกร้อนเกิน เทอร์ปีนและแคนนาบินอยด์ก็เสื่อมคุณภาพได้เหมือนกัน
ใบเหลือง
อาการไหม้แสงยังรวมไปถึงการที่ใบพัดเปลี่ยนเป็นสีเหลือง แต่การสังเกตทางนี้อาจยากหน่อย เพราะใบเหลืองยังอาจเกิดจากขาดธาตุอาหาร ได้ด้วย สิ่งสำคัญคืออาการขาดธาตุอาหารมักเริ่มที่โคน แต่ไหม้แสงจะเริ่มที่ยอด และใบจะดูมีสุขภาพดีเพียงแต่เปลี่ยนสีไปเท่านั้น ไม่ได้ดูป่วยโดยรวม ซึ่งที่จริงไม่ใช่แค่พวกสารประกอบเหล่านี้ที่ถูกทำลาย สีขาวเกิดจากคลอโรฟิลล์ในใบถูกความร้อนและแสงเข้มข้นทำลาย
หากยังไม่ทราบ คลอโรฟิลล์เป็นรงควัตถุสำคัญในเนื้อเยื่อต้นไม้ที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์แสง มนุษย์เห็นเป็นสีเขียวเพราะมันสะท้อนแสงเขียว เมื่อเสียหาย เนื้อเยื้อจะดูเป็นสีขาวหรือเหลืองแทนที่เขียว โชคดีที่ไหม้แสงมักเกิดที่ยอดเท่านั้นที่อยู่ใกล้ไฟเกินไป หากคุณขยับไฟให้ห่างขึ้น ใบยอดก็มีโอกาสฟื้นตัวได้บ้าง
2. การจัดวางไฟ
ไม่ว่าคุณจะปลูกใต้ HPS หรือ LED คุณควรทำตามข้อกำหนดของผู้ผลิตเสมอ เพราะถ้าไม่มีผนังสะท้อนแสงหรือมีไฟไม่มาก ความเข้มของแสงก็จะลดลงและอาจส่งผลต่อผลผลิตของคุณได้
ผนังสะท้อนแสง
แม้ว่าระยะห่างระหว่างไฟกับต้นกัญชาจะมีผลต่อผลผลิต แต่ผนังสะท้อนแสงจะช่วยรีดแสงกลับไปหาต้น ลดการสูญเสียแสงเมื่อคุณแขวนไฟสูงจากยอดต้น

เมื่อใช้ผนังสะท้อนดีๆ คุณสามารถติดไฟสูงขึ้นได้โดยไม่เสียความเข้มแสงมากเหมือนกับการปลูกโดยไม่มีผนังสะท้อน เพราะแสงจะสะท้อนกลับถึงต้นจากหลายทิศ ช่วยให้แสงแทรกซึมเข้ากลุ่มใบลึกขึ้น
ไฟหลายชุดทับซ้อน
ถ้าคุณใช้ไฟหลายชุดในห้องที่มีผนังสะท้อนแสง การแขวนไฟให้สูงขึ้นจะมีประสิทธิภาพกว่าสำหรับต้นไม้ เพราะจะได้รับแสงจากหลายทิศทาง ทำให้แสงทะลุทะลวงได้ดีขึ้นและช่วยเพิ่มผลผลิต

แน่นอนว่าวิธีนี้เหมาะสำหรับคนปลูกเชิงพาณิชย์ที่มีงบสำหรับเปิดห้องปลูกและมีระบบไฟหลายชุด แม้แต่ชาวสวนเล็กก็สามารถตั้งเต้นท์และติดผนังสะท้อนพร้อมไฟหลายจุดได้เหมือนกัน
3. อาการไหม้แสงคืออะไร?
อาการไหม้แสงก็คือดอกซีดหรือดอกขาว คุณจะสังเกตได้ว่าใบที่อยู่ใกล้ไฟมากเกินจะเปลี่ยนเป็นสีขาวหรือซีด ต้นไม้ที่ปลูกนอกอาคารจะไม่มีปัญหาไหม้แสง เพราะดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากโลกมากจนไม่เผาต้นกัญชาได้ และกัญชาได้วิวัฒนาการรับมือกับแสงธรรมชาติแล้ว

แต่อาการไหม้แสงก็เกิดขึ้นได้ในร่ม ถ้าแขวนไฟใกล้กับต้นพืชมากเกิน ใบไม้และแม้แต่ดอกกัญชาก็อาจขาวหรือไหม้ได้ แปลว่าความร้อนแรงเกินที่พืชจะทน แม้ดอกขาวจะดูสวยแปลกตา แต่นั่นคือดอกเกิดความเสียหายแล้ว เมื่อไฟอยู่ใกล้ดอก ดอกจะสูญเสียเรซินและแคนนาบินอยด์จากความร้อนที่มากเกิน คุณคงรู้อยู่แล้วว่าความร้อนจัดทำลายต้นพืชได้ และดอกก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ไม่เพียงทำให้ฤทธิ์ของดอกน้อยลงสำหรับผู้ใช้ทั้งทางการแพทย์และสันทนาการเท่านั้น รสชาติและกลิ่นหอมของดอกก็จะด้อยลงด้วย

ใบเหลืองก็เป็นสัญญาณของไหม้แสงได้เหมือนกัน แต่อย่าสับสนกับอาการขาดไนโตรเจน (deficiency) เพราะอาการคล้ายกัน สำหรับไนโตรเจน ใบเหลืองจะเริ่มที่โคนและค่อยๆ ขึ้นข้างบน ใบจะเหี่ยวและร่วงง่าย แต่ถ้าเป็นไหม้แสง ใบจะกรอบและเด็ดออกยาก ใบที่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและกรอบก็เป็นสัญญาณด้วย เกิดจากความร้อนและแสงมากเกินทำให้ใบไม้เสียหายและใช้งานไม่ได้
4. วิธีสังเกตอาการไหม้แสง?
อาการไหม้แสงในระยะเริ่มต้นอาจคล้ายกับเครียดจากความร้อนหรือขาดไนโตรเจน ดังนั้นควรตรวจสอบก่อนรักษาให้แน่ชัด ถ้าต้นกัญชาของคุณโดนไหม้แสง จะมีอาการเหล่านี้:
- ใบชี้ขึ้นด้านบน
- ใบและดอกซีด (ขาวหรือเหลือง) โดยเฉพาะส่วนที่ใกล้ไฟมากสุด
- ใบเหลืองแต่เส้นใบยังเขียว
5. วิธีป้องกันไหม้แสง?
ป้องกันดีกว่ารักษาจริงไหม ดังนั้นควรป้องกันไม่ให้เกิดไหม้แสงตั้งแต่ต้น โดยขึ้นอยู่กับชนิดของไฟที่ใช้ เช่น โคม CFL ที่อยู่ห่างจากต้นแค่10 นิ้วก็ไม่ทำอันตรายต้นไม้ได้ ไฟฟลูออเรสเซนต์หรือ T5 ก็เช่นกัน เพราะไม่แรงและไม่ร้อนมาก แต่ HID บางชนิดและ LED ถ้าอยู่ห่างแค่25cmอาจฆ่าต้นไม้ได้เลย
| หลอดไฟ (HPS/MH) | ระยะห่างต่ำสุด |
|---|---|
| 150w - 400w | 30 - 45 ซม. |
| 600w - 1000w | 60 - 100 ซม. |
แต่สำหรับชาวสวนที่ใช้ไฟ LED รุ่นใหม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ระยะห่างแต่ต้องดูทั้งระยะและความเข้มแสง LED ส่วนใหญ่จะมีตัวหรี่แสง ให้เพิ่มหรือลดความเข้ม หรือขยับไฟใกล้ไกลจากยอดต้นเพื่อปรับค่า PPFD ที่ระดับกลุ่มใบ
ตาราง PPFD สำหรับกัญชาช่วง photoperiod
| ระยะ | PPFD |
|---|---|
| ต้นกล้า | 100 - 300 |
| เจริญเติบโต (Vegetative) | 400 - 600 |
| ก่อนดอก/ดอกระยะแรก | 700 - 800 |
| ดอกปลาย/สุก | 800 - 1000 |
เพื่อวัดค่า PPFD อย่างแม่นยำ ควรใช้เครื่องวัด PAR แม้จะมีราคาสูงแต่ก็คุ้มค่าเพราะช่วยให้คุณมั่นใจว่าให้แสงกับต้นในปริมาณที่เหมาะสมจริง
หากลังเล ให้ดูคู่มือผู้ผลิตประกอบด้วย จะปลอดภัยกว่าและสามารถตั้งไฟให้ห่างออกไปหน่อยในช่วงเจริญเติบโต หากต้นไม้ดูแย่ลงหมายถึงต้องขยับไฟออก แต่หากต้นไม้สูงยืดและอ่อนแอ ให้ขยับไฟเข้าใกล้ขึ้น
ใช้เครื่องวัดแสง (Lux Meter)
เครื่องวัดลักซ์ไม่แม่นสำหรับวัดแสงที่ต้นไม้ใช้จริง เพราะวัดความสว่างจากการมองเห็นของตามนุษย์ ในขณะที่ PAR meter วัดแสงที่ใช้สังเคราะห์แสงโดยตรงแต่ก็ดีกว่าการคาดเดา
หากต้องการดูค่าลักซ์แนะนำสำหรับการปลูกเราเตรียมตารางให้แล้ว!
| ลักซ์ที่แนะนำสำหรับกัญชาสายออโต้ | |
|---|---|
| ต้นกล้า | 5,000 - 7,000 ลักซ์ |
| ช่วงเจริญเติบโต | 15,000 - 50,000 ลักซ์ |
| ช่วงออกดอก | 45,000 - 65,000 ลักซ์ |
จำไว้ว่าออโต้ไม่ควรได้รับแสงเกิน 75,000 ลักซ์ เว้นแต่จะฉีด CO2หรือเป็นสายพันธุ์ที่ทนได้จริง เพราะส่วนใหญ่จะเกิดอาการไหม้แสงถ้าเกิน 75,000 ลักซ์ นี่เป็นแค่แนวทางเบื้องต้นขึ้นกับอุปกรณ์และการติดตั้งของคุณ แต่ถือเป็นฐานไว้ดูแลให้ออโต้เติบโตอย่างมีสุขภาพ
แล้วค่า PPFD สำหรับออโต้ล่ะ?
ออโต้ยังต้องการแสงเยอะเช่นกัน แต่ความต้องการ PPFD ต่างจาก photoperiod เพราะออกดอกได้ใน 18 ชั่วโมงแทนที่จะเป็น 12 ชั่วโมง ซึ่งหมายถึงคุณมีเวลาให้แสงต่อวันเพิ่มอีก 6 ชั่วโมง จึงสามารถลดความเข้มข้นของไฟลงแต่ยังได้ DLI เท่าเดิม
เช่น ถ้าให้แสง 18 ชั่วโมงที่ 700 PPFD (µmol·m⁻²·s⁻¹) ก็คือปริมาณแสงรวมทั้งวันที่เราเรียกว่า DLI (Daily Light Integral)
ตาราง PPFD สำหรับออโต้
| ระยะ | PPFD |
|---|---|
| ต้นกล้า | 100 - 200 |
| เจริญเติบโต | 200 - 500 |
| ปลายเจริญเติบโต/ก่อนออกดอก | 600 |
| ต้นออกดอก | 600 - 700 |
| ปลายออกดอก/สุก | 700 |
DLI (Daily Light Integral)
DLI คือปริมาณแสงที่ต้นไม้ได้รับตลอดทั้งวัน ในขณะที่ PPFD (Photosynthetic Photon Flux Density) คือแสงที่ต้นไม้ได้รับในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง
พูดง่ายๆ สมมติให้แสงต้นไม้ PPFD 700 µmol/m²/s เป็นเวลา 18 ชม.ต่อวัน นั่นก็คือแสงที่ต้นไม้ได้รับรวมทั้งหมดหรือ DLI หรือคิดเป็น 45.36 mol/m²/วัน
การปรับความเข้มแสงและจำนวนชั่วโมงที่เปิดไฟสามารถควบคุม DLI ได้ ยิ่งแสงแรงและเปิดไฟนาน DLI ก็สูงขึ้น เข้าใจหลักการนี้และใช้ตารางข้างล่าง คุณจะมั่นใจได้ว่าต้นไม้ได้รับแสงเหมาะสม

การฝึกงอแบบเครียดต่ำ (Low-stress Training)
Low-Stress Training (LST) คือวิธีที่คุณดัดกิ่งไปด้านข้างของกระถางเพื่อให้แสงทะลุเข้ากลุ่มใบได้ลึกขึ้น เพราะกิ่งยาวโดนดัดแสงจึงไปถึงยอดล่างๆ ได้
ตราบใดที่ลวดที่ใช้ไม่ทำให้ต้นไม้บาดเจ็บ ก็สามารถทำ LST ได้ตามใจ วิธีนี้ใช้ได้ดีมากกับกัญชาออโต้แต่ควรทำเฉพาะช่วงเจริญเติบโต (vegetative) พยายามแต่งทรงให้ได้รูปร่างต้องการก่อนเข้าสู่ช่วง pre-flower เพราะหลังจากนั้นต้นจะสูงช้าลง ปรับรูปทรงไม่ได้มากแล้ว

เทคนิค Tie-down
อย่างที่กล่าว LST คือดัดกิ่งลงเพื่อควบคุมความสูงและแต่งทรงตามต้องการ โดยวิธี tie-down เป็นเทคนิคที่นิยมสุดและถูกสุด นั่นก็คือมัดกิ่งไว้ด้านข้าง ทำให้ต้นโตด้านข้างแทนที่จะสูงขึ้น ผลลัพธ์คล้าย SCRoG แต่ปรับแต่งรูปทรงได้ตามใจ
SCRoG
Screen of green (SCRoG) เป็นเทคนิค LST ที่ออกแบบมาเพื่อควบคุมความสูงและเพิ่มผลผลิต คล้ายเทคนิค tie-down โดยการดัดกิ่งลงให้ยอดแผ่กระจายทั่วตาข่าย แสงจึงถึงทุกจุดดอกเท่าๆ กัน ผลผลิตและการเจริญเติบโตจึงดียิ่งขึ้น
6. การฟื้นฟูอาการไหม้แสงกัญชา
ไม่มีวิธีรักษาหรือฟื้นฟูใบ/ดอกกัญชาที่โดนไหม้แสง หากดอกมีสีขาวก็ยังสูบได้ หรือตัดส่วนขาวออกสูบส่วนที่เหลือ ไม่สำคัญว่าโดนไฟ LED หรือ HPS กัญชาที่โดนแสงแรงไม่ได้แปลว่าสูบไม่ได้แต่จะไม่แรงหรือมีกลิ่นรสที่ดีเท่าเดิม

บางครั้งใบจะขาวล้วนเสียหายมากเกินกู้ กลับคืนมาไม่ได้ แต่หากสังเกตว่าใบเริ่มขาวตอนแรกๆ ยังแก้ได้ เช่นขยับไฟออก รดน้ำช่วยคืนความชื้น หรือใช้พัดลมลดความร้อนจากไฟ
นี่คือเหตุผลที่คนส่วนมากไม่กล้าใช้ไฟ HID แม้ว่าจะแรงแต่ก็ร้อนมากจนต้นไม่ไหว ต้องใช้พัดลมแรงและถ่ายเทอากาศบ่อยมากขึ้น
ถ้าต้นยังอายุน้อยและยังอยู่ช่วงเจริญเติบโต การตัดยอดหรือTopping/Fimmingอาจช่วยลดระยะต้นกับไฟลงได้ ยอดจะงอกใหม่อยู่ดี และสามารถใช้ LST รวมกับ topping เพื่อให้ต้นไม่อยู่ใกล้ไฟเกิน
7. ปัจจัยที่มีผลต่อไหม้แสง
ถึงสิ่งแวดล้อมเหมาะแค่ไหน ช่วยลดความเสียหายจากไหม้แสงได้แต่ป้องกันไม่ได้ 100% ต้นเหตุหลักของไหม้แสงคือแสงมากเกิน จะจากไฟติดใกล้ยอดหรือความเข้มข้นแสงสูงเกินก็ล้วนเสี่ยง ป้องกันได้ด้วยการอิงค่าตารางแสงในบทความนี้และปรับไฟให้เหมาะสม เมื่อปริมาณแสงเหมาะ ต้นก็จะกางใบไหว้ไฟอย่างสดใสตลอดวงจรโต เหมือน Frostbanger Auto ในวิดีโอด้านล่างนี้
8. สรุป
อย่าลืมว่าไหม้แสงในกัญชาไม่ใช่เชื้อโรคอย่างเชื้อราใบจุดหรือ tobacco mosaic virus แต่อาการไหม้แสงคืออาการที่เกิดเมื่อแสงแรงหรือยอดโตไปชนไฟ พบได้บ่อยกับปลูกโดยใช้หลอดไฟแต่ LED คุณภาพสูงก็เกิดได้เหมือนกัน ทางที่ดีต้องเว้นพื้นที่แนวนอนไว้และกะความสูงต้นไว้ก่อนปลูก
อาการนี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เพราะสามารถแก้ไขได้ด้วย LST หรือเพียงแค่ปรับไฟให้เหมาะสม แต่เช่นเคย การป้องกันดีกว่าการแก้ ระยะห่างไฟกับกลุ่มใบยอดสำคัญต่อการเจริญเติบโต ถ้าไฟห่างเกินต้นจะไม่โต ถ้าใกล้เกินจะทำร้ายต้น ต้องทดลองหาความพอดี ถ้าเคยปลูกแบบ HPS และ LED มาแล้ว อย่าลืมแบ่งปันประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างนี้!
คำถามที่พบบ่อย
อาการแรกมักเกิดที่ยอดและใบด้านบนที่ใกล้ไฟมากสุด ใบจะเป็นสีเขียวจางหรือเหลือง ขอบใบอาจม้วนขึ้น ในกรณีรุนแรง ใบและดอกอาจซีดขาวเพราะโดนแสงแรงจน bleaching
ได้ หากอาการไม่รุนแรงและปรับแสงให้ถูกต้อง ใบหรือดอกที่เสียหายรุนแรงจะไม่คืนสี แต่การฟื้นตัวจะเห็นได้จากการแตกใบใหม่ที่สุขภาพดีขึ้น
เริ่มแรกต้องตรวจสอบและแก้ไขต้นเหตุ เช่น ลดความเข้มแสง หรือเพิ่มระยะห่างระหว่างไฟกับต้น
ไหม้แสงมาจากแสงเข้มข้นเกินและทำลายเนื้อเยื่อโดยตรง ส่วนเครียดจากความร้อนเกิดจากอุณหภูมิสูงเกินที่ต้นจะทน ไหม้แสงมักพบที่ยอด/ใบด้านบนเป็นสีขาวหรือเหลือง ขณะที่เครียดความร้อนมักทำให้ใบหงิก เหี่ยว กรอบ ทั้งสองสามารถเกิดพร้อมกันได้
ใช่ เมื่อ PPFD สูงกว่าขีดจำกัดที่ต้นใช้ได้ จะเกิด photoinhibition และทำให้เนื้อเยื่อเสียหาย พืชจะทนได้มากน้อยขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ระยะการเจริญเติบโต และสภาพแวดล้อม
ค่า DLI (Daily Light Integral) คือปริมาณแสงที่ต้นได้รับในแต่ละวัน หากสูงเกินอาจทำให้ต้นเครียดจากแสงได้โดยเฉพาะเมื่อเปิดไฟแรงเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม DLI เพียงอย่างเดียวไม่ทำให้ไหม้แสง ต้องดูร่วมกับค่า PPFD และปัจจัยอื่น
ยอด/ดอกที่ขาวหรือซีดมักเกิดจากแสงแรงเกินโดยเฉพาะเมื่อดอกอยู่ใต้ไฟที่แรงมาก แสงเข้มข้นจะทำลายรงควัตถุและทำให้ bleaching ที่จุดนั้น
มี เมื่อโดนไหม้แสงรุนแรงส่งผลต่อการสร้างดอกและแคนนาบินอยด์ อีกทั้งอุณหภูมิสูงร่วมจะยิ่งทำให้สารสำคัญเสื่อมคุณภาพ อย่างไรก็ตาม ผลต่อฤทธิ์จะมากน้อยตามระดับและระยะเวลาของการได้รับแสง
ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและสุขภาพต้น ถ้ารุนแรงน้อย ใบใหม่จะฟื้นภายในไม่กี่วันหลังแก้ไขแสง ถ้ารุนแรงมากอาจใช้เวลานานขึ้น โดยใบและดอกที่ซีดหรือแห้งจะไม่คืนสภาพเดิม
ได้ อาการไหม้แสงกับเครียดจากความร้อนเป็นปัญหาคนละอย่าง ต้นกัญชาสามารถถูก bleaching ได้แค่จากแสงแรงแม้ว่าอุณหภูมิในกลุ่มใบจะเย็นปกติ
ความคิดเห็น