3 สูตรขนมกัญชาง่าย ๆ ที่ทำได้โดยไม่ต้องใช้เตาอบ
- 1. ช็อกโกแลตกัญชาแบบไม่อบ
- 2. คุกกี้ร็อกกี้โร้ดแบบไม่อบ
- 3. เนยถั่วกัญชา
- 4. น้ำมันมะพร้าวผสมกัญชา
- 4. a. Decarb คืออะไร และจำเป็นอย่างไร?
- 4. b. น้ำมันมะพร้าว infused กัญชาแบบ slow-cooked
- 5. สายพันธุ์กัญชาดี ๆ สำหรับทำน้ำมันมะพร้าวกัญชา
- 6. ทำไมควรเลือกสายพันธุ์ออโต้ดอก
- 7. สรุป
ถ้าคุณกำลังอยากทานขนมกัญชารสเลิศแบบง่ายๆ โดยไม่ต้องเสียเวลาหลายชั่วโมงในครัวล่ะก็ คุณโชคดีแล้ว! เรากำลังจะนำเสนอ 3 อันดับสูตรขนมกัญชาแบบไม่ต้องอบที่ง่ายที่สุด ให้คุณได้ลองกัน ทุกสูตรนี้ทำง่ายและรวดเร็ว ใช้วัตถุดิบน้อย หลายอย่างที่คุณอาจจะมีติดครัวอยู่แล้ว ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หัดทำกับข้าวหรือเป็นเชฟตัวจริง ทุกคนสามารถทำตามสูตรเหล่านี้ได้ง่ายๆ อร่อยทันใจโดยไม่ต้องเปิดเตาอบเลยสักนิด
หมายเหตุ - เราสมมติว่าคุณมีน้ำมันมะพร้าวผสมกัญชาสุดเข้มข้นไว้ใช้ในสูตรเหล่านี้แล้ว แต่ถ้ายังไม่มี ไม่ต้องเครียด เพราะเรามีสูตรเด็ดสำหรับการทำน้ำมันกัญชาแบบ Slow-cooked ที่ดีที่สุด รวมถึงวิธีคำนวณปริมาณสารออกฤทธิ์ไว้ให้ด้วย! ถ้าพร้อมแล้ว ไปพบกับสูตร no-bake เพื่อสายกัญชาของเรากันเลย
1. ช็อกโกแลตกัญชาแบบไม่อบ
ช็อกโกแลตบาร์สูตรนี้ทำง่ายสุด ๆ และเป็นมังสวิรัติ (ถ้าเลือกใช้ช็อกโกแลตเข้มข้นปลอดนมหรือ non-dairy) อยากเพิ่มวัตถุดิบใด ๆ ก็จัดไปได้เลย

มาสร้างสรรค์กันเลย! สูตรนี้ไม่เติมน้ำตาลเพิ่ม ถ้าคุณเลือกใช้ช็อกโกแลตที่ไม่หวานมาก อาจเติมความหวานได้ตามชอบ
อุปกรณ์ที่ต้องใช้
- หม้อใบใหญ่ 1 ใบ
- ช้อนไม้หรือเครื่องตีไข่ไฟฟ้าสำหรับคนส่วนผสม
- กล่องพลาสติกใส่อาหาร 3 กล่อง หรือภาชนะขนาดใกล้เคียงก็ใช้ได้ จะเป็นทัปเปอร์แวร์ที่มีอยู่ก็ได้เหมือนกัน
วัตถุดิบหลัก
- ดาร์กช็อกโกแลตสำหรับทำขนม 400 กรัม
- กะทิ 120 มล.
- น้ำมันมะพร้าวผสมกัญชาแบบ Slow-cooked 240 มล.
- อบเชยผง 1 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่นหยิบใหญ่
- วานิลลาสกัด 1 ช้อนชา
วัตถุดิบเสริม (ถ้าต้องการ)
- ถั่วชนิดต่าง ๆ
- มาชเมลโล่
- ผลไม้แห้ง
- มะพร้าวอบแห้ง
วิธีทำ
- ตั้งหม้อใบใหญ่บนเตาไฟอ่อน
- ค่อย ๆ ใส่ช็อกโกแลตลงไปคนจนละลายหมด
- เติมกะทิ อบเชย วานิลลา และเกลือลงไป คนให้เข้ากัน
- เทน้ำมันมะพร้าวผสมกัญชาแบบทำช้า ๆ ลงไปช้า ๆ คนให้เนียน (มือหรือใช้เครื่องตีไข่ถ้ามี) เพื่อไม่ให้แยกชั้นระหว่างเย็นตัวลง
- เมื่อส่วนผสมเข้ากันดีและละลายหมดแล้ว ใส่วัตถุดิบเสริมได้ตามชอบ — เราชอบใส่เฮเซลนัทคั่วกับมะพร้าวอบแห้งเพื่อกลิ่นอายถั่วนูเทลล่าเขตร้อน
- ทิ้งไว้ให้เย็นลงอุณหภูมิห้อง แล้วเทใส่กล่องพลาสติกโดยให้สูงประมาณ 1 นิ้ว (ใกล้ ๆ กับช็อกโกแลตบาร์มาตรฐาน) สูตรนี้จะได้ราว 3 กล่องใหญ่พอสมควร
- นำเข้าตู้เย็นแช่ไว้ให้เซ็ตตัวประมาณ 3 ชั่วโมง
- ตัดแบ่งเป็นบาร์ขนาดที่ต้องการ โดยแต่ละกล่องจะได้ประมาณ 8-10 บาร์เล็ก
2. คุกกี้ร็อกกี้โร้ดแบบไม่อบ
คุกกี้เหนียวนุ่มคือของโปรดของใครหลายคน และสูตรร็อกกี้โร้ดนี่แหละ ยิ่งฟินเมื่อเติมดอกกัญชาที่คุณชอบ รับรองความเด็ด!

อุปกรณ์ที่ต้องใช้
- หม้อหรือกระทะใบใหญ่ 1 ใบ
- กระดาษไขหรือกระดาษรองอบ
- ถาดอบ 2 ถาด
- ช้อนไม้หรือพายซิลิโคนสำหรับคน
- ช้อนใหญ่สำหรับตักใส่ถาด
วัตถุดิบหลัก
- น้ำมันมะพร้าวผสมกัญชาแบบ Slow-cooked 240 มล.
- น้ำตาล 450 กรัม (จะใช้น้ำตาลอะไรก็ได้ แต่แบบไม่ขัดสีจะดีที่สุดสำหรับสูตรนี้)
- นม 240 มล. (ใช้นมวัว หรือนมทางเลือกปลอดนมก็ได้)
- ผงโกโก้ไม่หวาน 130 กรัม
- มาชเมลโล่ขนาดจิ๋ว 1 กำใหญ่
- เนยถั่วกรอบ 3 ช้อนโต๊ะ
- ข้าวโอ๊ตสำเร็จรูป 440 กรัม (แบบนี้จะซึมซับได้ดีกว่าข้าวโอ๊ตทั่วไป)
- วานิลลาสกัดตามต้องการ
วิธีทำ
- ตั้งหม้อบนไฟอ่อน เทน้ำมันกัญชา ผงโกโก้ นม และน้ำตาลลงไป คนตลอดเวลา แล้วค่อย ๆ เพิ่มความร้อนจนเดือด ปล่อยให้อุ่น ๆ ไปอีก 2 นาที
- ปิดไฟ ใส่เนยถั่วและข้าวโอ๊ต คนทุกอย่างให้เข้ากัน
- รอให้ส่วนผสมเย็นลงเล็กน้อยแล้วจึงใส่มาชเมลโล่กับวานิลลาสกัด — ถ้าใส่เร็วเกินไปมาชเมลโล่จะละลายหมด (เราเลยมักจะใส่ครึ่งหนึ่งก่อนที่ส่วนผสมจะเย็นดี ทิ้งให้ละลายเล็กน้อย แล้วค่อยใส่ส่วนที่เหลือเมื่อเย็นลง)
- ใช้ช้อนใหญ่ตักส่วนผสมลงบนถาดที่ปูด้วยกระดาษไขให้เป็นก้อน ๆ ขนาดคุกกี้ ได้ประมาณ 50 ชิ้น
- แช่ตู้เย็นให้เซ็ตตัวประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วอร่อยได้ทันที หรือเก็บเข้าตู้เย็นอยู่ได้ 2 สัปดาห์ หรือฟรีซเก็บไว้สูงสุด 6 เดือน
3. เนยถั่วกัญชา
สูตรนี้ปรับเปลี่ยนได้ตามชนิดถั่วที่ชอบ — เราลองทำกับถั่วลิสง, อัลมอนด์, เฮเซลนัท และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ทุกแบบอร่อย!

เนยถั่วนี้จะทาขนมปังโดยตรงหรือเอาไปผสมกับสูตรอื่นก็เพิ่มความแรงของขนมได้นะ
อุปกรณ์ที่ต้องใช้
- กระทะใบใหญ่
- เครื่องปั่นอาหาร
- ขวดโหลปากกว้างสำหรับเก็บเนยถั่ว
วัตถุดิบหลัก
- ถั่วลิสงดิบไม่ใส่เกลือ 375 กรัม หรือถั่วอะไรก็ได้ที่คุณชอบ
- น้ำมันมะพร้าวผสมกัญชาแบบ Slow-cooked 125 มล.
- เกลือโคเชอร์ 1 ช้อนชา
วิธีทำ
- คั่วถั่วบนกระทะโดยไม่ต้องใช้น้ำมัน ให้ร้อนประมาณ 4 นาที คนตลอดเวลาให้อบแห้งดี แล้วพักไว้ให้เย็น 10-20 นาที
- ใส่ถั่วลงในเครื่องปั่นอาหาร ปั่นรัว ๆ ทีละ 20 วินาที
- หลังจากปั่นไปประมาณ 5 ครั้ง ค่อย ๆ เติมน้ำมันทีละน้อยทุกครั้งที่ปั่น
- ปั่นจนเนยถั่วกลายเป็นครีมข้นเนียนที่คุณต้องการ
4. น้ำมันมะพร้าวผสมกัญชา
น้ำมันมะพร้าวผสมกัญชาเป็นทางเลือกใหม่แทน cannabutter ที่ทำเองได้ง่าย ๆ ที่บ้าน ใช้วัตถุดิบน้อย แค่ดอกกัญชาดี ๆ (บดใหม่ยิ่งดี) น้ำมันมะพร้าวไม่ผ่านการขัดสี และมีเวลาสักหน่อยก็พอ
น้ำมันมะพร้าวอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยสุขภาพหัวใจ เสริมภูมิคุ้มกัน และช่วยควบคุมน้ำหนัก เป็นมังสวิรัติล้วน กลิ่นหอมทรอปิคอลใส่ลงขนมก็อร่อยกว่าการใช้เนยอีก และเมื่อนำไป infuse กับกัญชา คุณจะได้ประโยชน์จากกัญชาโดยไม่ต้องสูบ ขั้นตอนแรกที่สำคัญคือต้อง decarb กัญชาก่อน
Decarb คืออะไร และจำเป็นอย่างไร?
สารออกฤทธิ์หลักในกัญชาคือ THC แต่ในกัญชาดิบที่ไม่ผ่านความร้อนจะอยู่ในรูป THCA (tetrahydrocannabinolic acid) Decarbing หรือ Decarboxylation คือกระบวนการให้ความร้อนแก่กัญชาอุณหภูมิต่ำ ๆ ราว 25 นาที เพื่อแปลง THCA เป็น THC ซึ่งจะทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมี ปลดกลุ่ม carboxyl ออก กลายเป็น THC ที่ร่างกายดูดซึมได้ดี ซึ่งจำเป็นมากสำหรับการทำขนม infuse ทุกชนิด (แค่ต้มบางส่วนอาจไม่เพียงพอ) แนะนำให้ decarb ดอกให้เรียบร้อยก่อนทำ canna coco-oil
วิธี decarb กัญชาคือ ใส่ดอกในภาชนะทนความร้อน ปิดด้วยฟอยล์ เข้าเตาอบที่อุณหภูมิต่ำสุด ราว 25 นาที ถ้ากังวลว่าเตาอบจะร้อนเกินไป แง้มประตูเตาอบช่วยได้ (อุณหภูมิเหมาะคือ 121°C หรือ 250°F และใช้เวลา 20-27 นาที) เมื่อ decarb เสร็จแล้ว ไปดูวิธีทำน้ำมันมะพร้าวกัญชากันต่อเลย
น้ำมันมะพร้าว infused กัญชาแบบ Slow-cooked
ถึงจะมีวิธีด่วน แต่เพื่อรสชาติและความแรงสูงสุด เราขอแนะนำสูตรนี้ ไม่ยุ่งยากเกินไป แค่ใจเย็นหน่อย วิธีนี้การันตีว่าแม้ดอกบางส่วนจะ decarb ไม่สมบูรณ์ จะยัง extract THC ได้สูงสุด

ถ้ามีหม้อ slow-cooker ก็ใช้ได้เลย แต่ไม่ต้องมีก็ทำได้ แค่มีหม้อใบใหญ่กับเตาแก๊ส/ไฟฟ้า ก็พอ วิธีมีดังนี้
- เติมน้ำลงหม้อหรือ slow-cooker ประมาณ 1.5 ลิตร ต้มให้เดือด
- เติมน้ำมันมะพร้าว (แบบ Virgin ดีที่สุด แต่ถ้ามีแบบไหนก็ใช้ได้) แล้วลดไฟลงให้เหลือแค่เคี่ยวเบา ๆ สำหรับ slow cooker ให้ตั้งเป็นระดับต่ำสุด ถ้าใช้เตาปกติให้หรี่ไฟต่ำสุดแต่อย่าให้เดือดมาก
- เมื่อร้อนพอดีใส่กัญชา decarb ลงไป (อย่าให้เดือด ให้แค่เคี่ยวเบา ๆ)
- เคี่ยวหม้อไว้อีกประมาณชั่วโมง แล้วปิดพักให้เย็นอีก 1 ชั่วโมง ทำซ้ำแบบนี้อย่างน้อย 4 รอบ ถ้าใช้ slow-cooker จะเคี่ยวต่อเนื่อง 5-8 ชั่วโมงก็ได้
- เสร็จแล้วกรองลงภาชนะ จะใช้ผ้าขาวบางหรือกระชอนตาถี่ก็ได้ บีบให้ได้น้ำมันออกให้หมด
- นำไปแช่ตู้เย็นหรือฟรีซ รอให้น้ำมันแยกตัวและแข็งอยู่ด้านบน ใช้เวลาประมาณ 45 นาที
- แงะน้ำมันออก นำไปอุ่นเบา ๆ แล้วเทใส่ขวดโหลปิดสนิท เท่านี้ก็ได้น้ำมันกัญชาแบบ slow-cooked รับประกันความแรง!
และจะคำนวณความแรงอย่างไรดี? มีปัจจัยหลายอย่างต้องคำนึง โดยเฉพาะถ้าไม่รู้เปอร์เซนต์ THC ในดอกที่ใช้ แต่คำนวณคร่าว ๆ ได้ เช่น สมมติเรามีดอกกัญชา 10 กรัม THC 15% แปลว่า 15% ของทั้งหมดคือ THC เพียว ๆ 10 กรัม = 10,000 มิลลิกรัม ก็คือ 10,000 x 0.15 = 1,500mg THC ถ้า extract ได้ 100% (ซึ่งเป็นไปไม่ได้) เราจะได้น้ำมัน 1,500mg THC จริง ๆ จะสกัดออกได้น้อยกว่านี้
ทีนี้คำนวณการสูญเสียระหว่าง decarb ใช้ 1,500 x 0.9 = 1,350mg และระหว่างทำอาหารอีก 1,350 x 0.6 = 810mg สรุปว่าน้ำมันที่ได้จะมี THC ประมาณ 810mg โดยทั่วไปการเสพขนม 1 ชิ้นจะรับ THC ประมาณ 5-20mg (ขึ้นกับ tolerance) ระดับกลางสมดุลดีที่สุดคือ 10mg ต่อชิ้น เท่ากับน้ำมันนี้ทำขนมได้ 81 ชิ้น
ถ้าสูตรหนึ่งทำขนมได้แค่ 20 ชิ้นล่ะ? ให้ใช้แค่น้ำมัน 1/4 ของสูตร แล้วเติมน้ำมันมะพร้าวไม่ผสมเพิ่มในสูตรขนม เท่านี้คำนวณง่าย ๆ เวลาเราทำน้ำมันกัญชาแบบนี้ จะใช้น้ำมันราว 1.2 ลิตร สุดท้ายได้ออกมาจริงประมาณ 1 ลิตร
5. สายพันธุ์กัญชาดี ๆ สำหรับทำน้ำมันมะพร้าวกัญชา
ตอนเลือกสายพันธุ์สำหรับทำน้ำมันกัญชา มีจุดที่ควรใส่ใจอยู่บ้าง อย่างแรกควรเลือกสายพันธุ์ที่ผลิต terpenes สูง เพราะ terpenes จะเป็นตัวแต่งรส/กลิ่นของน้ำมัน และแน่นอนที่ Fast Buds เรายังมีออโต้ดอก (autoflowering) ให้เลือกหลายสายพันธุ์ที่ปลูกง่ายทั้งมือใหม่และชาวสวนตัวจริง
| ชื่อสายพันธุ์ | THC | ระยะเวลาจากเมล็ดถึงเก็บเกี่ยว | ความสูงต้น | ยีนส์ |
|---|---|---|---|---|
| Amnesia Z Auto | สูงสุด 24% | 9 – 10 สัปดาห์ | 70 – 120 ซม. | Sativa 75% / Indica 25% |
| Wedding Cheesecake Auto | สูงสุด 24% | 9 – 10 สัปดาห์ | 90 – 130 ซม. | Sativa 65% / Indica 35% |
| Strawberry Pie Auto | สูงสุด 26% | 8 – 9 สัปดาห์ | 60 – 100 ซม. | Sativa 15% / Indica 85% |
6. ทำไมควรเลือกสายพันธุ์ออโต้ดอก
สายพันธุ์ออโต้ดอก (autoflowering) กำลังเป็นที่นิยมในหมู่นักปลูกยุคใหม่ เพราะอะไร? มีข้อดีหลายข้อทั้งปลูกในร่มและนอกบ้าน โดยเฉพาะเพราะไม่ต้องรอฤดูใบไม้ผลิ จะเริ่มปลูกเมื่อไรก็ได้!
นอกจากนี้สายพันธุ์ออโต้ดอกมักจะเตี้ยกว่า สังเกตยากกว่า เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่เล็ก ๆ หรือพื้นที่ที่ไม่อยากให้ใครรู้ว่าคุณปลูกกัญชา แถมยังปลูกง่าย เหมาะสำหรับมือใหม่ สายพันธุ์ออโต้ดอกหลายตัวก็มี CBD สูงกว่าปกติ โดยเฉพาะสายพันธุ์อย่าง CBD Auto 20:1 และ CBD Auto 1:1 (CBD Crack)
และที่สำคัญที่สุด สายพันธุ์ออโต้ดอกรู้จักกับทนทานต่อสภาพแวดล้อมเลวร้ายได้ดีกว่าสายพันธุ์ photoperiod ปลูกได้แม้แต่อากาศแปรปรวน ภูเขาสูง ดินไม่ดี หรือโรคและศัตรูพืชเข้ามาน้อยด้วย!
7. สรุป
คุณชอบสูตรไหนมากที่สุด? และจะเริ่มลองทำสูตรไหนก่อน? คอมเมนต์ให้เรารู้ด้วยนะครับ แล้วอย่าลืมแชร์โพสต์นี้ให้เพื่อนสายเขียวทุกคน!
ความคิดเห็น